เมนูย่อย

Q กำหนดเริ่มดำเนินการก่อสร้าง MMRP2 เมื่อใด

 

A MMRP2 จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2565-2568 โดยมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2569 ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP2018)

Q เหตุใด MMRP1 จึงยังไม่สามารถจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ได้

 

A ขณะนี้โรงไฟฟ้า MMRP1 ยังอยู่ระหว่างการตรวจรับ ซึ่งต้องมีการทดสอบและปรับแต่งระบบให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอตามมาตรฐานก่อนรับมอบ กฟผ. ยึดมั่นที่จะดำเนินการให้ได้ตามมาตรฐานเพื่อให้ได้โรงไฟฟ้าที่ดีและมีประสิทธิภาพ แม้จะต้องใช้เวลาในการทดสอบนานกว่ากำหนดก็ตาม

Q ชนิดและขนาดกำลังผลิตไฟฟ้า

 

A เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อน ขนาดกำลังผลิตติดตั้ง (Gross Capacity) ประมาณ 660 เมกะวัตต์ จำนวน 1 เครื่อง ใช้ถ่านหินลิกไนต์จากเหมืองแม่เมาะเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นการใช้ทรัพยากรภายในประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Q เหตุใดกำลังผลิตติดตั้งของ MMRP2 เป็น 660 MW ถึงไม่เท่ากับกำลังผลิตติดตั้งรวมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8-9 ที่มีขนาด 600 MW (300 MW จำนวน 2 เครื่อง)

 

A ไม่เท่ากันเนื่องจากกำลังผลิตติดตั้งของ MMRP2 ขนาด 660MW คำนวณจากกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟที่ได้รับอนุมัติในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2561-2580(PDP2018) ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณถ่านหินลิกไนต์ของเหมืองแม่เมาะที่เหลืออยู่ และอายุของโรงไฟฟ้า

Q สถานที่ตั้งโครงการอยู่บริเวณใด

 

A ตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ถัดจากพื้นที่ตั้ง โรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 4-7 (MMRP1) อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อมในทุกด้าน รวมถึงเชื่อมโยงเข้ากับระบบไฟฟ้าหลัก ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่ กฟผ. ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้อยู่แล้ว จึงไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดหาที่ดินใหม่

Q MMRP2 แตกต่างจาก MMRP1 อย่างไร และเหตุใดกำลังผลิตจึงไม่เท่ากัน

 

A MMRP1และMMRP2 ใช้เทคโนโลยีเดียวกัน และมีกำลังผลิตไฟฟ้าที่ขายเข้าสู่ระบบเท่ากัน คือ 600MW ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าMMRP1และMMRP2เป็นโรงไฟฟ้าที่คล้ายคลึงกัน

ส่วนเหตุที่ MMRP2 มีกำลังผลิตติดตั้งสูงกว่านั้น จากบทเรียนของ MMRP1 รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยของระบบสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าที่แตกต่างกัน เช่น ระบบลำเลียงถ่านหิน ขี้เถ้า และระบบผลิตน้ำ กฟผ. จึงพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าการดำเนินการเปิดรับฟังความคิดเห็นด้วยกำลังผลิตติดตั้งขนาด 660 MW จะเป็นกำลังผลิตที่เหมาะสมและป้องกันปัญหาอันเนื่องมาจากการประมูลได้

Q ทำไมจึงต้องสร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8-9 (MMRP2)

 

A โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8-9 มีแผนที่จะปลดออกจากระบบในปี 2565 และโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 10-13 มีแผนที่จะปลดออกจากระบบในปี 2568 ส่งผลให้กำลังผลิตไฟฟ้าของภาคเหนือหายไปจากระบบทำให้ไม่สามารถรองรับเหตุสุดวิสัยในกรณีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดหยุดฉุกเฉิน (N-1) ได้ จึงจำเป็นต้องเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ และลดการพึ่งพากำลังผลิตไฟฟ้าผ่านสายส่งไฟฟ้าจากภูมิภาคอื่น แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP2018) จึงกำหนดให้ กฟผ. สร้างโรงไฟฟ้าแม่เมาะทดแทน เครื่องที่ 8-9 โดยมีกำหนดจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ในปี 2569

จัดทำโดย : การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย