กฟผ.แม่เมาะ พร้อมรับทุกความคิดเห็น ในเวที ค.1 เสาร์ที่ 29 เมษายนนี้ (2)

18 04 60 6

กฟผ.แม่เมาะ แจ้งกำหนดการจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 1 ในวันเสาร์ที่ 29 เมษายนนี้ แก่สื่อมวลชนลำปาง เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและนำไปเผยแพร่แก่สาธารณชนต่อไป

18 04 60 7

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ แจ้งกำหนดการจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 (ค.1) เพื่อนำไปจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพ (EHIA) โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทน โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 เมษายน 2560 เวลา 09.00-12.00 น. ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ภายหลังจากการจัดรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 ถูกเลื่อนออกไป โดยมีนายบรรพต   ธีระวาส ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ และนายเกรียงศักดิ์ พูลเฉลิม ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 ร่วมให้ข้อมูล

18 04 60 9

โดยสื่อมวลชนให้ความสนใจในประเด็นงบประมาณการจัดซื้อโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7  (MMRP1) และการก่อสร้าง MMRP1 ระหว่างจัดทำ EHIA ครั้งใหม่ สามารถทำได้หรือไม่ สำหรับประเด็นดังกล่าว นายเกรียงศักดิ์ พูลเฉลิม ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 ให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนว่า “การจัดซื้อจัดจ้าง ของ กฟผ. ที่ได้โรงไฟฟ้า

ขนาดกำลังผลิต 655 MW จากความตั้งใจเดิมที่ขนาด 600 MW นั้น เนื่องจากไม่มีบริษัทใดเสนอโรงไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิต 600 MW กฟผ. จึงมิได้ต้องเพิ่มงบประมาณลงทุนในส่วนต่างของกำลังการผลิต 55 MW แต่อย่างใด   ตนยืนยันได้ว่า กฟผ. มีกระบวนการจัดซื้อและการประมูลที่โปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายทุกฉบับ

นอกจากนี้ ระหว่างการทำ EHIA ใหม่ กฟผ. สามารถดำเนินการก่อสร้าง MMRP1 ได้ เนื่องจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะมีกำลังผลิตของโรงไฟฟ้า เครื่องที่ 1-13 เดิมที่ได้ขอสงวนสิทธิ์ไว้ใช้งาน รวมกว่า 16 ล้านแรงม้า* (1 เมกะวัตต์ = 1,341.02 แรงม้า) ในขณะที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-13 ในปัจจุบันมีกำลังผลิตเพียงประมาณ 3 ล้านแรงม้า ดังนั้น กำลังผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น 55 MW นั้น จึงไม่เกินสิทธิที่ กฟผ. มีอยู่ในใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) อย่างไรก็ตาม กฟผ.จะดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงกำลังเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตต่อกรมโรงงานภายหลังรายงาน EHIA ฉบับใหม่ผ่านความเห็นชอบ และขอเปลี่ยนแปลงกำลังผลิตในใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าจากคณะกรรมการกิจการพลังงาน (กกพ.) และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ก่อนดำเนินการจ่ายไฟเชิงพาณิชย์”

18 04 60 10

          สำหรับการเตรียมความพร้อมในการจัด ค.1 ในครั้งนี้    นายบรรพต ธีระวาส ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ กล่าวว่า “วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดทำ ค.1 คือ กฟผ. ต้องการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั้ง 5 ตำบล ใน อ.แม่เมาะ และกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ว่ามีผลกระทบหรือมีความกังวลเรื่องใด และเราจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรเพื่อที่จะเดินหน้าไปในทิศทาง

          เดียวกันอย่างยั่งยืนได้ จากกรณีการจัด ค.1 ที่ถูกเลื่อนเมื่อพฤศจิกายน 2559 นั้น แท้จริงไม่ได้มีประเด็นซ่อนเร้นแต่อย่างใด ขอยืนยันว่า กฟผ. ดำเนินงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ เพียงแต่การสื่อสารอาจยังไม่ทั่วถึง ปัจจุบัน กฟผ. จึงได้เข้ามาดูแลเรื่องการสื่อสารกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างครอบคลุมและเข้มข้นมากขึ้น กิจกรรมที่จัดแก่สื่อมวลชนลำปางในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความรู้ความเข้าใจด้วยเช่นกัน เพื่อให้พี่น้องสื่อมวลชนได้เป็นกระบอกเสียงแก่ประชาชนต่อไป ครั้งนี้จึงนับเป็นโอกาสดีที่ กฟผ. และสื่อมวลชนได้พบปะพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา หากเราสื่อสารกันด้วยเหตุผลอย่างเป็นกลาง โดยนำประโยชน์ของส่วนรวมมาเป็นที่ตั้งเช่นนี้ ย่อมหาข้อสรุปได้ดี และช่วยให้เราสามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้ในอนาคตอย่างผาสุก”

       ปัจจุบัน บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพ (EHIA) โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทน โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 ได้ร่วมกับ กฟผ.แม่เมาะ สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายอย่างครบถ้วนและทั่วถึง ได้แก่ ประชาชนและผู้นำชุมชนใกล้เคียงโครงการรัศมี 5 กิโลเมตร หน่วยงานที่รับผิดชอบและพิจารณา EHIA หน่วยงานราชการระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล หน่วยงานด้านสาธารณสุขและการแพทย์ กลุ่มองค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชน สถานศึกษา ศาสนสถาน นักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป ผ่านช่องทางการสื่อสารและโครงการต่างๆ เช่น แผ่นพับให้ความรู้ สถานีวิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์ ป้ายประกาศ โครงการ กฟผ.แม่เมาะ เคาะประตูบ้าน (EGAT knocks door) และทาง Social Media เป็นต้น