CEO รัฐวิสาหกิจ 3 กลุ่ม นำร่องเสนอแนวทางการนำดิจิทัลและเทคโนโลยีผลักดันนโยบาย ตอบโจทย์ SMEs การให้บริการสาธารณูปโภค และการท่องเที่ยว

24 11 60 3

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) จัดสัมมนาผู้บริหารสูงสุดรัฐวิสาหกิจ หรือ “SOECEO Forum” ครั้งที่ 2 ในวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2560 ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (แม่เมาะ) จังหวัดลำปาง ร่วมผลักดันนโยบายรัฐบาลดิจิทัลให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นแบบอย่างให้กับหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐในการใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกันเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนและก้าวไปสู่การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (BigData) รวมทั้งการนำดิจิทัลและเทคโนโลยีมาช่วยการบริการประชาชนให้มีความสะดวกรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร (Digital Transformation) โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้บริหารสูงสุด (CEO) ของรัฐวิสาหกิจทั้ง 55 แห่ง เข้าร่วม SOECEO Forum

 

 

24 11 60 5

รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) ได้มอบนโยบายว่า ในการบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจจะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งโลกในยุคปัจจุบันเป็นการบริหารจัดการฐานข้อมูลเป็นหลัก การจัด SOECEO Forum ในครั้งนี้เป็นเรื่อง Big Data และ Digital Transformation เป็นหลัก ซึ่งตนที่ได้มอบหมายให้ สคร. ช่วยเป็นจัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนีให้รัฐวิสาหกิจเป็นหน่วยงานนำร่องในการใช้ Big Data และ Digital Transformation ในการขับเคลื่อนงานที่สำคัญของภาครัฐ

   1.ให้รัฐวิสาหกิจเป็นหน่วยงานนำร่องในการใช้ Big Data และ Digital Transformation ในการขับเคลื่อนงานที่สำคัญของภาครัฐ

    2.ให้รัฐวิสาหกิจร่วมกันในการผลักดันการใช้ Big Data และ Digital Transformation ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายของประเทศเป็นที่ตั้ง

          นอกจากนี้ได้ขอให้รัฐวิสาหกิจร่วมผลักดันนโยบายของรัฐในเรื่องการพัฒนาท้องถิ่นและประชาชนผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น โดยอาจพิจารณาสนับสนุนในพื้นที่การทำงานของแต่ละแห่ง เช่น ที่แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สามารถร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และจังหวัดลำปาง ให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเชียงใหม่ 7-8 ล้านคนต่อปี ให้มาเที่ยวแม่เมาะหรือส่วนอื่นของลำปางได้ด้วยซัก 2 ล้านคน        ซึ่งจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจของลำปาง ได้ดียิ่งขึ้น หรือ กฟผ. สามารถใช้วิศวกรที่แม่เมาะจัดให้มีสถาบันพัฒนาด้านอาชีพให้คนท้องถิ่น หรือช่วยสนับสนุน Start-up ในลำปาง ซึ่งนอกจากจะทำให้มีการพัฒนาคนพัฒนาสังคมแล้ว รัฐวิสาหกิจจะได้การยอมรับจากคนในพื้นที่อีกด้วย โดย KPIs ของรัฐวิสาหกิจจะไม่ใช่เป็นเรื่องทำกำไร แต่ต้องเป็นการดำเนินการเพื่อตอบสนองนโยบายของประเทศ และ CEO ของรัฐวิสาหกิจจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

24 11 60 6

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ได้มอบนโยบายเพิ่มเติมว่า “รัฐวิสาหกิจต้องมีการปรับตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันและมีธรรมภิบาล โดยเน้นย้ำว่ารัฐวิสาหกิจจะต้องร่วมมือช่วยเหลือกัน และร่วมกันไปช่วยเหลือสังคมหรือผู้มีรายได้น้อยต่อ และไม่ใช่เข้าไปช่วยผู้มีรายได้น้อยในแต่ละส่วน แต่จะต้องคิด ทั้งระบบ (Ecosystem) ของการช่วยเหลือให้มีความยั่งยืน

เช่น การใช้องค์ความรู้ของบุคลากรในรัฐวิสาหกิจในการให้ความรู้กับประชาชนเพื่อสร้างอาชีพ โดย 2 เรื่องหลักที่จะฝากกับ CEO ของรัฐวิสาหกิจ คือประสิทธิภาพและความโปร่งใส โดยเรื่องประสิทธิภาพ รัฐวิสาหกิจต้องสามารถในการแข่งขันได้ภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไปจากเทคโนโลยี (Disruptive Technology) และเรื่องความโปร่งใส รัฐวิสาหกิจจะต้องไปดูกฎระเบียบขององค์กรให้มีความโปร่งใส ซึ่งจะช่วยปกป้องผู้ปฏิบัติงานได้ด้วย”

24 11 60 7

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สคร.กล่าวเสริมว่า “ในการสัมมนาครั้งนี้ สคร. ขอให้รัฐวิสาหกิจรวมกลุ่มกัน 3 กลุ่ม เตรียมแนวทางในการใช้ Big Data และ Digital Transformation พัฒนางานที่จะตอบโจทย์นโยบายที่สำคัญใน 3 เรื่อง ได้แก่ การสนับสนุน SMEs การเพิ่มคุณภาพการให้บริการประชาชน และการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละกลุ่มใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ แต่สามารถตอบโจทย์สำคัญดังกล่าวได้อย่างตรงจุด โดยสรุปได้ดังนี้

                 1.กลุ่ม SME Intelligence ประกอบด้วย สถาบันการเงินของรัฐ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้นำเสนอโครงการ SME Intelligence เป็นการนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ SMEs ที่มีอยู่ในแต่ละแห่งมารวมกันและวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการของ SMEs ได้ลึกมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายเพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs ที่ชัดเจน ตรงกลุ่มและความต้องการ ทั้งในด้านการสนับสนุนทางด้านการเงินและองค์ความรู้ และสร้าง Platform ที่ทำให้ SMEs เข้าถึงบริการของสถาบันการเงินของรัฐได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น และใช้กลไกของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการเชื่อมโยงสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้อีกด้วย

                 2.กลุ่ม Smart Utilities ประกอบด้วย รัฐวิสาหกิจกลุ่มพลังงานและน้ำ ไดนำเสนอโครงการ Smart Utilities เป็นการนำข้อมูลในลักษณะของ Big Data ด้านพลังงาน ไฟฟ้า และน้ำประปา มาเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนและการวางแผนการผลิตไฟฟ้าและนำประปาให้มีคามครอบคลุมและเพียงพอ และเชื่อมต่อระบบและ Applications ที่จะทำให้เกิด One stop services สำหรับประชาชนและภาคธุรกิจ

                 3.กลุ่ม Travel Port ประกอบด้วย ททท. และรัฐวิสาหกิจขนส่งทาอากาศ ได้นำเสนอโครงการ Travel Port เป็นการนำข้อมูลของหน่วยงานด้านการขนส่งทางอากาศและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องมาใช้กำหนดนโยบายและมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง และการพัฒนาคุณภาพการให้บริการผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวให้มีความประทับใจในการท่องเที่ยวในประเทศไทย”

24 11 60 2

รองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) กล่าวทิ้งท้ายว่า “รัฐบาลเอาจริงในเรื่อง Big Data และ Digital Technology ซึ่งประเทศเดินได้ด้วยยุทธศาสตร์และการกำหนดยุทธศาสตร์ที่ดีจะต้องมีข้อมูลที่ดีด้วย ดังนั้น รัฐวิสาหกิจทุกแห่งจึงต้องรู้ว่าข้อมูลอะไรมีความจำเป็น ไม่มีก็จัดให้มี การทำเรื่องนี้ช้าไม่ได้เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว CEO รัฐวิสาหกิจจะต้องเป็น Change Leader ในเรื่องนี้เพื่อร่วมเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่ Digital Economy”

 

24 11 60 124 11 60 4