กฟผ.แม่เมาะ สร้างความเชื่อมั่นการดูแลคุณภาพอากาศ แก่สื่อมวลชนลำปาง ก่อนสถานการณ์หมอกควันจะมาถึง

15.2.61.2

กฟผ.แม่เมาะ แถลงความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันในภาคเหนือ ก่อนสถานการณ์หมอกควันที่จะมาถึง ระหว่างวันที่ 10 กุมภาพันธ์ – 10 เมษายน 2561 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลคุณภาพอากาศแก่สื่อมวลชนลำปาง และนำไปเผยแพร่แก่สาธารณชนต่อไป

 

 

15.2.61.3

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ แถลงความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าในภาคเหนือ ตามประกาศจังหวัดลำปาง เรื่องการงดเว้นการเผา การเฝ้าระวัง และการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในท้องที่จังหวัดลำปาง เป็นเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ - 10 เมษายน 2561 โดยมีนายชัยพร ไพฑูรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นผู้ให้ข้อมูล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลคุณภาพอากาศ ของ กฟผ.แม่เมาะ แก่สื่อมวลชนลำปาง จำนวน 26 คน ณ ศูนย์เรียนรู้โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กฟผ.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

15.2.61.1

นายชัยพร ไพฑูรย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กล่าวถึงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่อำเภอแม่เมาะว่า ที่ผ่านมา ในช่วงฤดูการเกิดหมอกควัน ปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) ที่บริเวณสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของ กฟผ.แม่เมาะ มักมีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ 120 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร เป็นผลมาจากหลายสาเหตุ เช่น โดยรอบพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ มีจำนวนสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศมากที่สุดในประเทศไทย ถึง 19 สถานี ได้แก่ สถานีตรวจวัดเหมืองแม่เมาะ 5 สถานี, สถานีตรวจวัดกรมควบคุมมลพิษ 3 สถานี และสถานีตรวจวัดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 11 สถานี อีกทั้งสถานการณ์ไฟป่าที่มักลุกลามในพื้นที่ข้างเคียง อ.แม่เมาะ เช่น บริเวณ   ต.พระบาท ต.เสด็จ อ.เมือง รวมถึง อ.งาว และ อ.แจ้ห่ม ฯลฯ ประกอบกับกระแสลมที่ได้ พัดพาฝุ่นควันเข้ามา ทำให้ผลตรวจค่า PM10 สูงกว่าปกติ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาผลตรวจวัดจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ กฟผ.แม่เมาะ เป็นปกติมาโดยตลอด ไม่เกินค่ามาตรฐานแต่อย่างใด กฟผ.แม่เมาะ สามารถยืนยันได้ว่าสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่เกิดจากไฟป่า ไม่ได้เกิดจากกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างแน่นอน

15.2.61.4

นอกจากนี้ กฟผ.แม่เมาะ ยังมีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ ได้แก่ การป้องกันไฟป่าและหมอกควัน โดยได้จำแนกพื้นที่เฝ้าระวังออกเป็น 3 จุด คือ บริเวณที่ทิ้งดินด้านตะวันตกเฉียงเหนือ (NW), บริเวณด้านตะวันตกเฉียงใต้ (SW) และบริเวณพื้นที่ฟื้นฟูด้านตะวันออกเฉียงเหนือ (NE) นอกจากนั้น ยังได้กำจัดวัชพืชที่ปกคลุมและขนนำไปทิ้งนอกแนวปลูกป่า และทำแนวกันไฟป่า รวมถึงการรับซื้อปุ๋ยหมักจากเศษพืชทางการเกษตรจากราษฎร ตลอดจนเตรียมความพร้อมระงับไฟป่า ซึ่งได้จัดเตรียมทั้งอุปกรณ์ดับไฟป่า เช่น ไม้ตบ คราด ถังน้ำสะพายหลังพร้อมสายฉีด เครื่องจักรกล ทั้งรถบรรทุกน้ำจำนวน 4 คัน และรถดับเพลิง 4 คัน รวม 8 คัน รวมถึงการเตรียมพร้อมบุคลากรในการเข้าระงับเหตุซึ่งได้รับการอบรมวิธีการดับไฟป่าจากเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

15.2.61.10

สำหรับฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ที่มีค่าสูงในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในขณะนี้ ว่าที่ พ.ต.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ ยืนยันว่า เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน ไม่ได้เกิดจากการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าของ กฟผ. แต่อย่างใด โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินงานภายใต้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายกำหนดทุกด้าน โดย กฟผ. ได้ตรวจวัดคุณภาพอากาศตามระยะเวลาที่กำหนด ทั้งบริเวณปากปล่องโรงไฟฟ้าและการตรวดวัดในบรรยากาศ โดยบริเวณปากปล่องโรงไฟฟ้ามีการตรวจวัดฝุ่นละออง ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน โลหะหนัก สารปรอท แคดเมียม สารหนู และสารตะกั่ว สำหรับการตรวจวัดในบรรยากาศ มีการตรวจวัดฝุ่นละอองรวม PM10 PM2.5 ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และตรวจวัดก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งผลการตรวจวัดมีค่าดีกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดทุกพื้นที่และทุกครั้งที่ทำการตรวจวัด ทั้งนี้ ในปัจจุบัน กฟผ.แม่เมาะ อยู่ในระหว่างดำเนินการจ้างที่ปรึกษา พัฒนาระบบต้นแบบตรวจวัดและจำแนก PM2.5 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชน หากสำเร็จ กฟผ. จะได้อุปกรณ์ต้นแบบ สำหรับตรวจวัดและจำแนก PM2.5 เพื่อแยกอนุภาคฝุ่นที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า และฝุ่นชนิดอื่น อันนำไปสู่การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองภายในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิผลมากขึ้น

15.2.61.5