การติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์

          การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ตั้งแต่ปี 2520 เป็นต้นมา เพื่อควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการฯ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (สวล.) ในปี 2533 กฟผ. ได้วางแผนให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12-13 มีระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Flue Gas Desulfurization System) แบบเปียก (Wet Limestone Process) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์สูงประมาณ 92% โดยดำเนินการติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ ไปพร้อมกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2538 ขณะเดียวกันได้ศึกษาความเหมาะสมในการติดตั้งเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องอื่น ๆ ที่ได้เดินเครื่องจ่ายไฟเข้าระบบแล้ว

         ในเดือนตุลาคม 2535 ได้เกิดมลภาวะทางอากาศที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ สาเหตุเนื่องมาจากสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิมและสภาพอากาศปิด (Inversion) ในช่วงฤดูหนาว ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบ ๆ โรงไฟฟ้า ตลอดจนทำให้เกิดความเสียหายต่อพืชและสัตว์เลี้ยง กฟผ. ได้ดำเนินการแก้ไขเพื่อลดผลกระทบของก๊าซซัลเฟอร์ฯ โดยลดกำลังผลิตของโรงไฟฟ้าลงเมื่อตรวจพบว่าค่าความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ฯ เกินค่ามาตรฐานในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาในระยะยาว กฟผ. ได้ดำเนินการติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 8-11 โดยเลือกระบบแบบเปียก (Wet Limestone Process) มี ประสิทธิภาพในการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สูงประมาณ 95% มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2539

         นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้ว่าจ้างบริษัท KBN Engineering and Applied Sclences, Inc. แห่งสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ดำเนินการศึกษาควบคุมสิ่งแวดล้อมทางอากาศในบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และในขณะเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษร่วมกับ กฟผ. โดยการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก United States Agency for International Development (USAID) ได้ว่าจ้างบริษัท Sargent & Lundy Engineers จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ดำเนินการศึกษาโครงการ "Development of System Wide Emission Control Strategies Application to Mae Moh Power Plant" ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ค่ามาตรฐานของปริมาณความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ฯ ในคาบเฉลี่ย 1 ชั่วโมงที่เหมาะสมสำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ คือ 1,300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และควรติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ แบบเปียก (Wet Limestone Process) สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7

         ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ ระบบแบบเปียกนี้จะใช้หินปูนเป็นวัตถุดิบ เพื่อทำปฏิกิริยากับก๊าซซัลเฟอร์ฯ โดยใช้หินปูนจากบริเวณตอนใต้ของดอยผาตูบ ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ ใกล้กับบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 มีความต้องการใช้หินปูนประมาณ 34 ตันต่อชั่วโมง หรือเฉลี่ย 0.24 ล้านตันต่อปี รวมปริมาณความต้องการใช้หินปูนสำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-13 ประมาณ 127 ตันต่อชั่วโมง หรือเฉลี่ย 0.89 ล้านตันต่อปี

งานติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ นี้มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,230 ล้านบาท หรือ 127 ล้านเหรียญสหรัฐ ใช้เวลาในการดำเนินงานหลังจากได้รับอนุมัติจากรัฐบาลประมาณ 40 เดือน คาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถเดินเครื่องระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 6-7 ได้ในเดือนมิถุนายน 2542 และสำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 4-5 ได้ในเดือนสิงหาคม 2542

         ในกรณีที่ใช้ถ่านลิกไนต์ที่มีปริมาณกำมะถันเฉลี่ย 2.8% ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ สำหรับ โรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 สามารถกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ฯ ได้ประมาณปีละ 140,000 ตัน หรือ 2,268,000 ตัน ตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า ซึ่งช่วยบรรเทาและแก้ไขการเกิดมลภาวะทางอากาศจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ โดยสามารถควบคุมปริมาณความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ฯ ให้มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมกำหนดไว้