การใช้น้ำเขื่อนกิ่วลมของ กฟผ.

การใช้น้ำเขื่อนกิ่วลมของ กฟผ.

น้ำเป็นกระบวนการที่สำคัญในกระบวนการผลิตไฟฟ้า

แหล่งน้ำโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

  • คลองส่งน้ำแม่ขาม-ห้วยทราย ปริมาณเก็บกัก 0.42 ล้านลูกบาศก์เมตร
    อัตราการไหลเฉลี่ย 367 ลบ.ม./วินาที
  • อ่างแม่จาง ปริมาณน้ำใช้งาน 92.7 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • อ่างแม่ขาม ปริมาณน้ำใช้งาน 33.28 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • อ่างห้วยคิงตอนล่าง ปริมาณน้ำใช้งาน 1.3 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับชุมชนอำเภอแม่เมาะ
  • อ่างพักน้ำส่งโรงไฟฟ้า ปริมาณน้ำใช้งาน 3.8 ล้านลูกบาศก์เมตร

โรงไฟฟ้าแม่เมาะใช้น้ำปีละประมาณ 61 ล้านลูกบาศก์เมตร

ปัจจุบันมีแหล่งน้ำจาก เขื่อนแม่จาง, เขื่อนแม่ขาม, เขื่อนห้วยทราย, เขื่อนห้วยเป็ด ในอำเภอแม่เมาะมีความมั่นคงพอเพียงสำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 1-11 รวม 2,025 เมกะวัตต์ ใช้น้ำปีละ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร

ยังขาดน้ำอีกปีละประมาณ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับโรงไฟฟ้าเครื่องที่ 12-13

กฟผ. ได้รับอนุญาตจากกรมชลประทานให้สูบน้ำมาใช้ได้ปีละ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยสูบน้ำที่เกินความสามารถของเขื่อนกิ่วลมที่จะเก็บกักไว้ได้ ที่ต้องปล่อยทิ้งเฉพาะในช่วงฤดูฝนประมาณ 3 เดือน

จากสถิติปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนกิ่วลมในรอบ 30 ปี ในปีน้ำเฉลี่ยปานกลาง น้ำจะไหลเข้าอ่างปีละประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์เมตร จะเป็นส่วนที่ไหลในช่วงฤดูแล้งและนอกช่วงฝนชุกคือ ช่วงระหว่างเดือน มค.-กค. และ พย.-ธค. รวม 9 เดือน = 225 ล้านลูกบาศก์เมตร และไหลเข้าอ่างในช่วงฝนชุกคือ ระหว่างเดือน สค.-ตค. รวม 3 เดือน = 375 ล้านลูกบาศก์เมตร สมมุติว่าก่อน 3 เดือนนี้น้ำในอ่างถูกนำไปใช้จนมีระดับต่ำสุด ก็จะสามารถรับน้ำไปเก็บไว้ในอ่างได้อีกประมาณ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร จนเต็มอ่าง จะเหลือน้ำที่ต้องปล่อยทิ้งไป เพราะเต็มอ่างไม่สามารถเก็บกักไว้ได้ = 375 - 110 = 265 ล้านลูกบาศก์เมตร กฟผ. ได้รับอนุญาตจากกรมชลประทานให้สูบน้ำมาใช้งานโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ปีละ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร = 16 x 100 = 6.04% ของปริมาณที่ต้องปล่อยทิ้ง อีกทั้งพื้นที่ท้ายเขื่อนกิ่วลมก็ได้รับน้ำฝนและลำน้ำสาขาของลำน้ำแม่วังท้ายเขื่อนอยู่แล้ว ส่วนที่ต้องระบายทิ้งช่วงฝนชุกเป็นน้ำที่เกินความต้องการใช้ประโยชน์ จะเห็นว่าไม่มีผลกระทบต่อการใช้น้ำท้ายเขื่อนแต่อย่างใด

อ่างเก็บน้ำเขื่อนกิ่วลม เปรียบเสมือนเป็นโอ่งเก็บน้ำรองรับน้ำฝนจากหลังคาบ้าน ฝนตกลงมาน้ำเต็มโอ่งแล้วก็ไหลล้นออกไป ส่วนที่ไหลล้นไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ต้องปล่อยทิ้งไป กฟผ. ก็ใช้ขันตักน้ำมาใช้งานเพียงส่วนหนึ่งโดยเฉลี่ยประมาณ 6.04% ของน้ำที่ไหลล้นออกจากโอ่งเก็บน้ำและไม่เกินจำนวนที่เจ้าของโอ่ง (ชลประทานกิ่วลม กรมชลประทาน) จะอนุญาต หากปีใดน้ำไม่ล้นโอ่งไหลออกจากโอ่ง กฟผ. ก็จะไม่ตักน้ำมาใช้ ซึ่งจะไม่เกิดผลกระทบแต่อย่างใดเป็นการจัดการการใช้น้ำธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ท่อดูดที่จะสูบจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนกิ่วลม อยู่ต่ำกว่าระดับเก็บกักสูงสุดเพียง 3 เมตร อ่างเก็บน้ำหน้าตัวเขื่อนลึกประมาณ 25 เมตร

ปีใดฝนแล้งในฤดูฝนน้ำไม่เต็มอ่าง กฟผ. ก็จะไม่สูบน้ำมาใช้

กฟผ. นำน้ำมาใช้โดยสูบในฤดูฝนที่เขื่อนกิ่วลมระบายน้ำทิ้งจะไม่มีผลกระทบต่อ

  • การใช้น้ำเพื่อการบริโภค อุปโภคในพื้นที่ท้ายเขื่อน
  • และไม่มีผลกระทบต่อการปล่อยน้ำไปผลักดันน้ำเสียในเขตชุมชนที่ปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำวัง

คณะกรรมการกำกับดูแลการเดินเครื่องสูบน้ำ
ตามโครงการนำน้ำกิ่วลมไปใช้ประโยชน์สำหรับโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

  1. รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง (1)                               ประธานกรรมการ
  2. ปลัดจังหวัดลำปาง                                               รองประธานกรรมการ
  3. ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 2                                กรรมการ
  4. หัวหน้าโครงการชลประทานลำปาง                                          กรรมการ
  5. หัวหน้าโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่วัง-กิ่วลม                          กรรมการ
  6. ผู้จัดการฝ่ายผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ                                          กรรมการ
  7. หัวหน้าสำนักงานจังหวัดลำปาง                                              กรรมการ
  8. ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง                                                 กรรมการ
  9. นายอำเภอเมืองลำปาง                                                        กรรมการ
  10. นายอำเภอแจ้ห่ม                                                               กรรมการ
  11. นายอำเภอเกาะคา                                                             กรรมการ
  12. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง                                     กรรมการ 
  13. นายกเทศมนตรีนครลำปาง                                                    กรรมการ
  14. ประธานชมรมผู้สื่อข่าวนครลำปาง                                            กรรมการ
  15. ผู้จัดการโครงการพัฒนาพื้นที่และชุมชน กฟผ.แม่เมาะ                   กรรมการและเลขานุการ
  16. หัวหน้าฝ่ายนโยบายและแผนสำนักงานจังหวัดลำปาง                    กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ขั้นตอนในการขออนุญาตสูบน้ำจากเขื่อนกิ่วลม

  1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ มีหนังสือขออนุญาตสูบน้ำต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง
  2. เมื่อจังหวัดได้รับหนังสือแล้วจะได้มีหนังสือไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่น้ำวัง-กิ่วลม เพื่อพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาต
  3. เมื่อจังหวัดได้รับหนังสือตอบรับจากโครงการฯ แล้ว หากพิจารณาเห็นว่าปริมาณน้ำที่ขออนุญาตสูบน้ำมีเพียงเล็กน้อย ก็ให้มีหนังสือแจ้งเวียนคณะกรรมการฯ

เพื่อขอความเห็นชอบ แต่ถ้าปริมาณน้ำที่ขออนุญาตสูบน้ำจำนวนมาก ก็ให้เชิญคณะกรรมการฯ ประชุมพิจารณาต่อไป