an image
an image

การควบคุมฝุ่นขนาดเล็ก (PM 2.5) โรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผ.

         ประเด็นเรื่องฝุ่น โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เพราะมีการนำเสนอข้อมูลว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้คนในชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงไฟฟ้าเกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ ควรหยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย

         ต่อประเด็นดังกล่าว กฟผ. ได้ให้ความสำคัญ โดยได้กล่าวย้ำถึงมาตรการดูแลมลภาวะทางอากาศ และการควบคุมฝุ่น PM 2.5 ทั้งในโรงไฟฟ้าปัจจุบันและโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ รวมทั้งสื่อสารสร้างความเข้าใจผ่านสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น บทความเรื่องฝุ่นละออง ภัยเงียบที่มาในหน้าแล้ง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2559  (ดูข้อมูลได้ที่ http://www.egat.co.th)/ การควบคุมฝุ่นขนาดเล็กของโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2559 (ดูข้อมูลได้ที่ http://goo.gl/Gk7ukj) และบทความเรื่อง คุณภาพอากาศ ...ดัชนีชี้วัดคุณภาพชีวิต เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2558 (ดูข้อมูลได้ที่ http://goo.gl/kuhBmU) 

         ทั้งนี้ จากมาตรการและการออกแบบโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตและควบคุมมลภาวะที่ทันสมัยที่สุดในเชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน รวมทั้งมาตรการติดตาม เฝ้าระวัง ตลอดอายุโรงไฟฟ้าจะทำให้สามารถควบคุมฝุ่น PM2.5 ดีกว่าเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) และดีกว่าค่ามาตรฐานของประเทศไทย ซึ่งได้กำหนดไว้ในรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) เปรียบเสมือนสัญญาประชาคม เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่สังคมและชุมชนรอบโรงไฟฟ้า

          ตามคำนิยามของกรมควบคุมมลพิษ “ฝุ่นละเอียด” (Fine particulate matter) ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในปี 2553 กรมควบคุมมลพิษได้กำหนดมาตรฐานในบรรยากาศโดยทั่วไป ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นในเวลา 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร

         ในทางวิชาการ ฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ประกอบด้วย ฝุ่นปฐมภูมิ (Primary PM2.5) เกิดจากการเผาไหม้โดยตรง และฝุ่นทุติยภูมิ (Secondary PM2.5) เกิดจากปฏิกิริยาเคมีในบรรยากาศ โดยมีสารกลุ่มซัลเฟอร์ หรือกลุ่มไนโตรเจน และแอมโมเนียเป็นสารตั้งต้น กระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าควบคุมฝุ่นปฐมภูมิจากการเผาไหม้ถ่านหินจะถูกดักจับโดยเครื่องดักฝุ่นไฟฟ้าสถิต (ESP) ที่มีประสิทธิภาพร้อยละ 99.8 - 99.9  ซึ่งเครื่องดักฝุ่นไฟฟ้าสถิตจะสามารถดักจับฝุ่น PM2.5 ได้มากกว่าร้อยละ 96-98  สำหรับก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOX) นั้น จะถูกกรองด้วยเครื่อง Selective Catalytic Reduction (SCR) ก่อนจะถึงเครื่อง ESP ทำให้เหลือปริมาณ NOX น้อยมาก ส่วน SO2 จะถูกบำบัดโดยเครื่อง Flue Gas Desulfurization (FGD) ทำให้เหลือก๊าซที่จะเกิดปฏิกิริยาก่อตัวเป็นฝุ่น PM2.5 ในปริมาณที่น้อยมากเช่นกัน

         นอกจากนี้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา ยังได้กำหนดค่าควบคุมของฝุ่นละอองรวม (Particulate Matter: PM)  จากปากปล่องไว้ที่ 30 มิลลิกรัม/ลบ.ม. พร้อมทั้งตั้งค่าสัญญาณเตือนจากอุปกรณ์ตรวจวัดในห้องควบคุมโรงไฟฟ้า ซึ่งทำให้สามารถควบคุมมลภาวะทางอากาศตั้งแต่ต้นทาง

          ส่วนเรื่องฝุ่นละอองในภาคเหนือจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าปกติในช่วงหน้าหนาวและหน้าแล้งนั้น เป็นเพราะอากาศที่แห้ง ประกอบกับเป็นช่วงหลังเก็บเกี่ยว ซึ่งมักมีการเผาวัชพืช และเกิดไฟป่าเป็นประจำ จากสถิติการตรวจวัดคุณภาพอากาศ จากสถานีตรวจวัด 12 แห่ง รอบบริเวณโรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะ พบว่าในช่วงมกราคม – เมษายน ของทุกปี ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน จะมีค่าใกล้เคียงหรือสูงเกินมาตรฐาน ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ รวมทั้งจังหวัดลำปาง และในบริเวณพื้นที่แม่เมาะ แต่ในช่วงอื่นจะมีค่าดีกว่าเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก



แผนกประชาสัมพันธ์
ติดต่อศึกษาดูงาน พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษาฯ สนามกอล์ฟ กฟผ. แม่เมาะ จองบ้านพัก การเดินทางสู่แม่เมาะ