» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC)
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 2738, 0 5425 3862
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      หน้าต่อไป...
  
แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ. ร่วมกับ Alstom และ Marubeni ประชุม Kick Off Meeting โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 – 7

        กฟผ. จัดประชุม Kick Off Meeting กับ บริษัท Alstom และ บริษัท Marubeni Corporation ผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 – 7 เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ด้านบริษัทผู้รับจ้างให้ความมั่นใจ จะดำเนินโครงการอย่างมีคุณภาพและแล้วเสร็จตามกำหนด

        เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2558 นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นประธานการเปิดประชุม Kick Off Meeting โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 –7 โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 - 19 มีนาคม 2558 เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงานร่วมกับผู้รับจ้าง โดยมี Mr. Jean-Marc Jaillet - Project Director บริษัท Alstom และ Mr.Takahiro Kawashi - Project Director General and Commercial บริษัท Marubeni Corporation นำทีมกิจการร่วมค้าเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 201 อาคาร ท.100 ณ สำนักงานกลาง กฟผ. นนทบุรี

       นายรัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า  กล่าวว่า โครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 -7 เป็นโครงการขนาดใหญ่ สร้างความภาคภูมิใจ และมีความสำคัญต่อ กฟผ. มาก ทำให้ภาคโรงงานอุตสาหกรรมและภาคประชาชนตื่นตัวในเรื่องของพลังงาน โดย บริษัท Alstom และ บริษัท Marubeni  มีประสบการณ์ทำงานในโครงการของ กฟผ. มาหลายโครงการ คาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 -7 แล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ตามกำหนด โดย กฟผ. พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

      Mr. Jean-Marc Jaillet กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ซึ่งบริษัท Alstom เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ Boiler และระบบขจัดมลพิษที่มีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังมีประสบการณ์ มีมาตรฐาน และมีการควบคุมคุณภาพในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ ดังนั้น ขอให้ กฟผ. มั่นใจว่าบริษัทจะสามารถดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จได้ตามกำหนด

      Mr. Takahiro Kawashi กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นและท้าทายอย่างมากที่ได้ทำงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ สำหรับโครงการนี้ บริษัทมีความพร้อมที่จะทำงานให้ กฟผ. และยังคงมีความมุ่งมั่นในการทำงานให้ประสบความสำเร็จดังเช่นที่ผ่านมา

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.ประชุมร่วมกับภาครัฐและเอกชน เตรียมรับมือแหล่งก๊าซธรรมชาติหยุดผลิต 10 - 27 เม.ย. 58

      กฟผ.จัดประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการรองรับกรณีการหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติสำหรับเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า จากแหล่งยาดานาและซอติก้า ของสหภาพเมียนมาร์ ระหว่าง 10-27 เมษายน 2558 รณรงค์ทุกภาคส่วนร่วมมือร่วมใจประหยัดพลังงาน เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

       นายเริงชัย คงทอง ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรองรับการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ จากสหภาพเมียนมาร์ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.), สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.), การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดใหญ่ (IPP), โรงไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก (SPP) และ กฟผ. ณ สำนักงานใหญ่ กฟผ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา

       นายเริงชัยฯ กล่าวถึง สถานการณ์กรณีการหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติจากสหภาพเมียนม่าร์ 2 แหล่ง คือ แหล่งยาดานา ในวันที่ 10-19 เมษายน 2558 เพื่อทำงานซ่อมฐานรากของแท่นผลิตที่ทรุดตัว ทำให้ก๊าซฯที่ส่งให้หายไปทั้งหมดวันละประมาณ 980 ล้าน ลบ.ฟุต  คิดเป็นกำลังผลิตประมาณ 5,700 เมกะวัตต์ และ แหล่งซอติก้า ในวันที่20-27 เมษายน 2558เพื่อหยุดทำงานตรวจสอบอุปกรณ์ และซ่อมบำรุงอุปกรณ์เพิ่มความดัน โดยลดการจ่ายก๊าซฯ สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากปกติวันละประมาณ 980 ล้าน ลบ.ฟุต เหลือ 420 ล้าน ลบ.ฟุต คิดเป็นกำลังผลิตลดลงประมาณ 3,300 เมกะวัตต์ ซึ่งก๊าซฯ ที่หายไปจะส่งผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าในฝั่งภาคตะวันตกทั้งหมด ได้แก่ โรงไฟฟ้าบริษัท ราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), โรงไฟฟ้าบริษัทราชบุรีเพาเวอร์ จำกัด, โรงไฟฟ้าบริษัทไตรเอ็นเนอร์ยี่ จำกัด, โรงไฟฟ้าพระนครใต้, โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ และโรงไฟฟ้าราชบุรีเวิลด์

        ทั้งนี้ คาดว่าในช่วงที่มีการหยุดผลิตก๊าซฯดังกล่าว ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือช่วงพีคจะอยู่ที่ประมาณ 27,500 เมกะวัตต์ ซึ่งสรุปมาตรการรองรับไว้ 3 ส่วนหลัก คือ ระบบผลิตไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือชุดที่ 1 สามารถเดินเครื่องด้วยก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันออกได้ ประสานงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวให้เดินเครื่องเต็มความสามารถ รับซื้อไฟฟ้าในส่วนเพิ่ม (Enhance Capacity) จากโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงอื่นๆ ทดสอบเปลี่ยนเชื้อเพลิงดีเซลโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ได้รับผลกระทบให้มีความพร้อมสูงสุด และใช้น้ำมันเตา น้ำมันดีเซลเดินเครื่องทดแทนปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ลดลง โดยคาดว่าจะต้องใช้น้ำมันเตาจำนวนประมาณ 142 ล้านลิตร และน้ำมันดีเซลประมาณ 46 ล้านลิตร

        สำหรับระบบส่ง ได้มีการตรวจสอบสายส่งและอุปกรณ์สำคัญให้พร้อมใช้งานก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซฯ และหยุดการบำรุงรักษาระบบส่งช่วงหยุดจ่ายก๊าซฯ ส่วนเชื้อเพลิง ได้สำรองน้ำมันให้เพียงพอก่อนเริ่มหยุดจ่ายก๊าซฯ โดยโรงไฟฟ้าบางปะกง และโรงไฟฟ้าราชบุรี ได้จัดเก็บน้ำมันเตาเต็มความสามารถ ส่วนโรงไฟฟ้าอื่นที่ได้รับผลกระทบให้สำรองน้ำมันดีเซลอย่างน้อยเพื่อให้เดินเครื่องต่อเนื่องได้ 3 วัน

นอกจากนี้กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กฟผ. กฟน. และ PEA ได้รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงาน พร้อมใช้มาตรการ Demand Response (DR) โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงเชื่อถือได้ของระบบผลิตไฟฟ้าโดยรวมของประเทศเป็นสำคัญ

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  คุณภาพอากาศแม่เมาะเดือนกุมภาพันธ์ 2558 พบปริมาณฝุ่นขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน

       รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง จำนวน 11 สถานี ซึ่งมีการตรวจวัดฝุ่นละอองรวม(TSP), ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2) และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซต์(NO2) โดยมีสถานีตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน(PM10) จำนวน   4 สถานี และฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน(PM2.5) ที่สถานีหลักบริเวณโรงไฟฟ้าแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ทั้งนี้การตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองรวม(TSP) ในคาบ 24 ชั่วโมง, ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในคาบ 24 ชั่วโมง, ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในคาบ 24 ชั่วโมง, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 24 ชั่วโมง และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง ตามเกณฑ์มาตรฐานประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2544), ฉบับที่ 24(พ.ศ.2547), ฉบับที่ 33(พ.ศ.2552) และฉบับที่ 36    (พ.ศ.2553) ผลการตรวจวัดพบว่า ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในคาบ 24 ชั่วโมง วัดค่าสูงสุดได้ที่ 191 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ตรวจพบที่สถานีหลัก มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน 8 วัน ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 24(พ.ศ.2547) ที่กำหนดให้มีค่าไม่เกิน 120 ไมโครกรัม/ลบ.ม.

        นอกจากนั้นแล้ว กฟผ.ได้ตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ความเข้มข้นเฉลี่ยในคาบเวลา 24 ชั่วโมง ตรวจวัดที่สถานีหลัก พบว่ามีค่าสูงสุดที่ 79 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ในขณะที่ค่ามาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 36 (พ.ศ.2553) กำหนดให้มีค่าไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลบ.ม.  โดยพบว่าในเดือนกุมภาพันธ์นี้ มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน 24 วัน ทั้งนี้นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมได้จำแนกขนาดของฝุ่นละอองไว้ 3 กลุ่มหลักได้แก่ 1.กลุ่มที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 ไมครอน เช่น เศษฝุ่นจากการก่อสร้างหรือการระเบิดหิน ละอองเกสรดอกไม้ เถ้าลอย 2.สำหรับกลุ่มฝุ่นละอองที่อยู่ในช่วง 2.5–10 ไมครอน จัดอยู่ในกลุ่มฝุ่นหยาบ (Coarse Particle) และ 3.กลุ่มที่มีขนาดอนุภาคเล็กกว่า 2.5 ไมครอนหรือกลุ่มฝุ่นละเอียด (Fine Particle) ปัญหาอยู่ที่กลุ่มของฝุ่นที่เกิดจากไฟป่ามีสัดส่วนของกลุ่มฝุ่นละเอียดที่ค่อนข้างมาก และที่สำคัญคือ ฝุ่นขนาดเล็กจิ๋วเหล่านี้สามารถเข้าสู่ปอดของเราได้อย่างง่ายดาย

        สำหรับดัชนีคุณภาพอากาศพื้นที่ปฏิบัติงาน, พื้นที่ชุมชน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี-มีผลกระทบต่อสุขภาพ พบมีฝุ่นขนาดเล็กเกินมาตรฐาน คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจควรงดออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมในที่โล่งแจ้ง ส่วนพื้นที่บ้านพักผู้ปฏิบัติงาน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ)

 

ลำดับ

ค่าที่ตรวจวัด

ค่ามาตรฐาน

(ไมโครกรัม/ ลบ.ม.)

ค่าที่วัดได้สูงสุด (ไมโครกรัม/ ลบ.ม.)

1

ฝุ่นละอองรวม (TSP) ในคาบ 24 ชั่วโมง

330

242

2

ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในคาบ 24 ชั่วโมง

120

191

3

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง

780

189

4

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 24 ชั่วโมง

300

13

5

ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง

320

145

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ จัดการบรรยายเรื่อง “การประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านการทุจริต กฟผ.” แก่ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องในด้านการประเมินความเสี่ยงฯ

       ­­เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 ณ ห้องประชุม 137 อาคารบริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง  ว่าที่ ร.ต. ณรงค์ศักดิ์ คุณูปถัมภ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-บริหาร เป็นประธานเปิดการบรรยายเรื่อง “การประเมินปัจจัยเสี่ยงด้านการทุจริต กฟผ.” ให้แก่ผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะในระดับกองและผู้เกี่ยวข้องในด้านการประเมินความเสี่ยงและควบคุมภายในของหน่วยงาน จำนวน 80 คน  โดยมีนายวุฑฒิชัย รัชตมุทธา หัวหน้าสายตรวจสอบภายใน 1 สำนักตรวจสอบภายใน, นางแก้วตา ชาญชัยศรีสกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสำนักตรวจสอบภายใน กฟผ. และนางภุมรี เบญจมิตร หัวหน้ากลุ่มงานตรวจสอบสายงานผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิง สังกัดผู้ช่วยผู้ว่าการสำนักตรวจสอบภายใน เป็นวิทยากรบรรยายและตอบข้อซักถามจากผู้เข้าร่วมรับฟัง โดยแนวทางการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตนั้น จะเริ่มจากการระบุปัจจัยเสี่ยงจากประเภทการทุจริต เช่น การกำหนดนโยบายที่ไม่เป็นธรรม หรือเอื้อผลประโยชน์ต่อตนเองหรือพวกพ้อง การให้หรือเรียกรับสินบน และการตกแต่งรายงานทางการเงินหรือรายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญ การปกปิดข้อมูลหรือรายงานข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเพื่อให้ผู้ใช้รายงานสำคัญผิด หรือเพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมายของตัวชี้วัด KPI ที่รับผิดชอบ เป็นต้น โดยตั้งเป้าไม่ให้เกิดการทุจริตประเภทนั้นๆ ขึ้น จากนั้นจึงทำการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้และสาเหตุของการเกิดเพื่อหาแนวทางป้องกันหรือแก้ไข โดยพิจารณาแบ่งเกณฑ์ในการประเมินความเสี่ยงเป็น 4 ระดับ ก่อนจะนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้มาสรุปลงในแบบประเมินความเสี่ยง เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลทำแผนงานกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดการทุจริตในหน่วยงานต่อไป

        การบรรยายดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงาน กฟผ.แม่เมาะ สามารถประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริตของ กฟผ. ได้อย่างถูกต้อง และสอดคล้องตามคำสั่ง คสช.ที่ 69/2557 เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ โดยให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ กำหนดมาตรการหรือแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต ประพฤติมิชอบในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ  มุ่งเน้นการสร้างธรรมาธิบาลในการบริหารงาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการตรวจสอบ ตลอดจนเฝ้าระวัง เพื่อสกัดกั้นมิให้เกิดการทุจริตประพฤติมิชอบได้

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      หน้าต่อไป...