» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class : TQC) ประจำปี 2558 ได้สำเร็จต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 3862, 0 5425 2738
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      หน้าต่อไป...
  กฟผ. ยืนยัน แผ่นดินไหวขนาด 6.8 ที่เมียนมา ไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงเขื่อน มั่นใจ กฟผ. มีการเฝ้าระวังและตรวจสอบดูแลเขื่อน อย่างดีตลอดเวลา

        นายเดชา บุณยะกาญจน ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโยธา การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559 เวลา 17.34 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเมียนมา ซึ่งมีระยะทางห่างจากเขื่อนภูมิพล 638 กิโลเมตร“จากการตรวจสอบเครื่องมือวัดอัตราเร่งฯ ที่ติดตั้งไว้ที่เขื่อนภูมิพลวัดได้ 0.0009g ซึ่งต่ำกว่าค่าที่ออกแบบไว้มาก ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนต่างๆ ของ กฟผ. วัดค่าอัตราเร่งฯ ได้น้อยมาก เหตุดังกล่าวจึงไม่มีผลกระทบต่อเขื่อนของ กฟผ. แต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนมีความมั่นใจในการเฝ้าระวังและการตรวจสอบดูแลเขื่อนของ กฟผ. อย่างดีตลอดเวลา” นายเดชา บุณยะกาญจน กล่าวย้ำในตอนท้าย

 

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  การควบคุมฝุ่นขนาดเล็ก (PM 2.5) โรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผ.

         ประเด็นเรื่องฝุ่น โดยเฉพาะฝุ่นขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เพราะมีการนำเสนอข้อมูลว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้คนในชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงไฟฟ้าเกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ ควรหยุดสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย

         ต่อประเด็นดังกล่าว กฟผ. ได้ให้ความสำคัญ โดยได้กล่าวย้ำถึงมาตรการดูแลมลภาวะทางอากาศ และการควบคุมฝุ่น PM 2.5 ทั้งในโรงไฟฟ้าปัจจุบันและโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ รวมทั้งสื่อสารสร้างความเข้าใจผ่านสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น บทความเรื่องฝุ่นละออง ภัยเงียบที่มาในหน้าแล้ง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2559  (ดูข้อมูลได้ที่ http://www.egat.co.th)/ การควบคุมฝุ่นขนาดเล็กของโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2559 (ดูข้อมูลได้ที่ http://goo.gl/Gk7ukj) และบทความเรื่อง คุณภาพอากาศ ...ดัชนีชี้วัดคุณภาพชีวิต เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2558 (ดูข้อมูลได้ที่ http://goo.gl/kuhBmU) 

         ทั้งนี้ จากมาตรการและการออกแบบโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตและควบคุมมลภาวะที่ทันสมัยที่สุดในเชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน รวมทั้งมาตรการติดตาม เฝ้าระวัง ตลอดอายุโรงไฟฟ้าจะทำให้สามารถควบคุมฝุ่น PM2.5 ดีกว่าเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) และดีกว่าค่ามาตรฐานของประเทศไทย ซึ่งได้กำหนดไว้ในรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) เปรียบเสมือนสัญญาประชาคม เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่สังคมและชุมชนรอบโรงไฟฟ้า

          ตามคำนิยามของกรมควบคุมมลพิษ “ฝุ่นละเอียด” (Fine particulate matter) ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในปี 2553 กรมควบคุมมลพิษได้กำหนดมาตรฐานในบรรยากาศโดยทั่วไป ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นในเวลา 24 ชั่วโมง ไม่เกิน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร

         ในทางวิชาการ ฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ประกอบด้วย ฝุ่นปฐมภูมิ (Primary PM2.5) เกิดจากการเผาไหม้โดยตรง และฝุ่นทุติยภูมิ (Secondary PM2.5) เกิดจากปฏิกิริยาเคมีในบรรยากาศ โดยมีสารกลุ่มซัลเฟอร์ หรือกลุ่มไนโตรเจน และแอมโมเนียเป็นสารตั้งต้น กระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าควบคุมฝุ่นปฐมภูมิจากการเผาไหม้ถ่านหินจะถูกดักจับโดยเครื่องดักฝุ่นไฟฟ้าสถิต (ESP) ที่มีประสิทธิภาพร้อยละ 99.8 - 99.9  ซึ่งเครื่องดักฝุ่นไฟฟ้าสถิตจะสามารถดักจับฝุ่น PM2.5 ได้มากกว่าร้อยละ 96-98  สำหรับก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOX) นั้น จะถูกกรองด้วยเครื่อง Selective Catalytic Reduction (SCR) ก่อนจะถึงเครื่อง ESP ทำให้เหลือปริมาณ NOX น้อยมาก ส่วน SO2 จะถูกบำบัดโดยเครื่อง Flue Gas Desulfurization (FGD) ทำให้เหลือก๊าซที่จะเกิดปฏิกิริยาก่อตัวเป็นฝุ่น PM2.5 ในปริมาณที่น้อยมากเช่นกัน

         นอกจากนี้โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา ยังได้กำหนดค่าควบคุมของฝุ่นละอองรวม (Particulate Matter: PM)  จากปากปล่องไว้ที่ 30 มิลลิกรัม/ลบ.ม. พร้อมทั้งตั้งค่าสัญญาณเตือนจากอุปกรณ์ตรวจวัดในห้องควบคุมโรงไฟฟ้า ซึ่งทำให้สามารถควบคุมมลภาวะทางอากาศตั้งแต่ต้นทาง

          ส่วนเรื่องฝุ่นละอองในภาคเหนือจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าปกติในช่วงหน้าหนาวและหน้าแล้งนั้น เป็นเพราะอากาศที่แห้ง ประกอบกับเป็นช่วงหลังเก็บเกี่ยว ซึ่งมักมีการเผาวัชพืช และเกิดไฟป่าเป็นประจำ จากสถิติการตรวจวัดคุณภาพอากาศ จากสถานีตรวจวัด 12 แห่ง รอบบริเวณโรงไฟฟ้าและเหมืองแม่เมาะ พบว่าในช่วงมกราคม – เมษายน ของทุกปี ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน จะมีค่าใกล้เคียงหรือสูงเกินมาตรฐาน ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ รวมทั้งจังหวัดลำปาง และในบริเวณพื้นที่แม่เมาะ แต่ในช่วงอื่นจะมีค่าดีกว่าเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  พ่อแม่อุปถัมภ์ฯ มอบทุนการศึกษา แก่นักเรียนโรงเรียนสบจางวิทยา รุ่นที่ 9 ประจำปี 2559

       เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2559 ณ ห้องรักองค์การ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายเชาวลิต ตั้งตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (อรม.) เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา โครงการพ่อแม่อุปถัมภ์ กบรม2-ฟ. รุ่นที่ 9 โดยมีนายคึกฤทธิ์ นิวันติ ครูชำนาญการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนสบจางวิทยา คณะอาจารย์ ผู้นำชุมชน และผู้ปกครอง ตลอดจนผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ เข้าร่วมพิธี การมอบทุนการศึกษาดังกล่าวเป็นการมอบทุนต่อเนื่อง 3 ปี ทุนละ 1,500 บาทต่อคน ต่อภาคการศึกษา แก่นักเรียนโรงเรียนสบจางวิทยาที่ขาดทุนทรัพย์ มีความประพฤติดี และมีความตั้งใจศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษา รวม 30 ทุน รวมเป็นเงินจำนวน 111,200 บาท นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่พ่อแม่อุปถัมภ์ จำนวน 28 ราย และการแสดงจากนักเรียนโรงเรียนสบจางวิทยา

       นายเชาวลิต ตั้งตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีและชื่นชมกับนักเรียนโรงเรียนสบจางวิทยาที่ได้รับทุนในวันนี้ ทุนการศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าชาว กฟผ.แม่เมาะ และชุมชน มีความผูกพันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การให้ความรู้นับเป็นการให้ทุนทรัพย์ที่ใช้ไม่หมด ความรู้นั้นจะติดตัวไปตลอดชีวิต พ่อแม่อุปถัมภ์ทุกคนหวังเป็นอย่างยิ่งว่านักเรียนทุนทุกคนจะนำเงินที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มที่ เป็นเยาวชนที่ดีมีคุณธรรม เป็นอนาคตของชาติ และเป็นที่พึ่งของชุมชนรอบ กฟผ.แม่เมาะ ให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป”

        นายคึกฤทธิ์ นิวันติ ครูชำนาญการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงเรียนสบจางวิทยา กล่าวว่า  “จากการไปเยี่ยมบ้านนักเรียนทำให้ได้ทราบถึงปัญหาของนักเรียนโรงเรียน   สบจางวิทยา คือผู้ปกครองมีรายได้ไม่มาก ในฐานะตัวแทนของโรงเรียนสบจางวิทยารู้สึกซาบซึ้งในความดูแลช่วยเหลือของชาว กฟผ.แม่เมาะ ที่มีต่อนักเรียนของเราในโครงการพ่อแม่อุปถัมภ์ฯ ขอบคุณพ่อแม่อุปถัมภ์ทุกท่านที่ได้มอบโอกาสให้เด็กๆเหล่านี้ได้ศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อันจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งต่อเยาวชนของชาติและต่อชุมชนอำเภอแม่เมาะ”

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  อดีตผู้ว่าการ กฟผ.เปิดอาคารหลังใหม่ศูนย์เรียนรู้โครงการชีววิถีฯ กฟผ.แม่เมาะ

        เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2559 ณ ศูนย์ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กฟผ.แม่เมาะ นายวีรวัฒน์ ชลายน  อดีตผู้ว่าการ กฟผ.เป็นประธานเปิดอาคารหลังใหม่ภายในศูนย์เรียนรู้โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) แม่เมาะ โดยมีผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ ร่วมต้อนรับ ทั้งนี้ศูนย์เรียนรู้โครงการชีววิถีฯ กฟผ.แม่เมาะ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 เพื่อใช้เป็นสถานที่ส่งเสริม และเผยแพร่องค์ความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชุมชนรอบ กฟผ.แม่เมาะ จำนวน 5 ตำบล 44 หมู่บ้าน 2 ชุมชน ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปภายในศูนย์จัดให้มีกิจกรรมเรียนรู้จำนวน 5 ฐาน ได้แก่ ฐานการเรียนรู้การปลูกพืชสวนครัวและพืชล้มลุก ฐานการจัดการด้านปศุสัตว์ ฐานการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยและจุลินทรีย์ EM ฐานการปลูกไม้ผล และฐานการอนุรักษ์พันธุกรรมสมุนไพรไทย

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  นักเรียนทุนรัฐบาลไทยในอังกฤษ แบ่งปันประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆที่ลำปาง

        “ค่ายต่อแสง ต่อยอด ถ่ายทอดประสบการณ์” ปีที่ 8 กิจกรรมของนักเรียนทุนรัฐบาลไทยในอังกฤษ แบ่งปันประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจด้านการเรียน แก่เยาวชนในพื้นที่รอบ กฟผ.แม่เมาะ

        การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)  จัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ “ค่ายต่อแสง ต่อยอด ถ่ายทอดประสบการณ์”  เพื่อให้นักเรียนทุนรัฐบาลที่ศึกษาในต่างประเทศได้ถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลให้รู้จักตนเอง และเห็นความสำคัญของการเรียน ตลอดจนเรียนรู้ประสบการณ์จากรุ่นพี่นักเรียนทุนรัฐบาลไทย โดยในปี 2559 เป็นการจัดค่ายเป็นปีที่ 8 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคม 2559  ณ  กฟผ.แม่เมาะ มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม 100 คน ประกอบด้วย โรงเรียนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ 3 โรงเรียน  คือ โรงเรียนแม่เมาะวิทยา, โรงเรียนอนุบาลแม่เมาะ, โรงเรียนสบจางวิทยา และโรงเรียนในพื้นที่ อ.เมืองลำปาง           อีก 2 โรงเรียน  คือ โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัยและโรงเรียนลำปางกัลยาณี  โดยมีนายชวลิต ตั้งตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ  เป็นประธานเปิดค่ายฯ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2559 ณ ห้องเมาะหลวง  ศูนย์ฝึกอบรมแม่เมาะ กิจกรรมภายในค่ายฯ ประกอบด้วย การศึกษาดูงานกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าของ กฟผ.แม่เมาะ, การปลูกป่าบริเวณพื้นที่ฟื้นฟูเหมืองแม่เมาะ, Walk Rally, RC ถอดรหัส , การบรรยายประสบการณ์ใช้ชีวิตในต่างประเทศและการแนะแนวทางการศึกษาต่อ  

         นายจิรทีปต์ ปรัชญาธรรมมาร นักศึกษาภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในฐานะประธานค่ายฯ กล่าวว่า “ค่ายต่อแสง ต่อยอด ถ่ายทอดประสบการณ์” ครั้งนี้จัดเป็นปีที่ 8 เป็นกิจกรรมที่ทำประโยชน์ให้กับชุมชนที่อยู่รอบพื้นที่ กฟผ.  เน้นสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นให้มีใจรักการเรียน เห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น และเข้าใจอาชีพที่หลากหลาย ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆ และแนะนำแนวทางด้านการศึกษาเพื่อให้ประสบความสำเร็จในอนาคต ขอบคุณ กฟผ. และ ก.พ. ที่สนับสนุนให้มีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ด้านการศึกษาแก่น้องๆเยาวชน ในฐานะนักศึกษาภาควิชาเคมี  เมื่อก่อนตนคิดว่า อ.แม่เมาะ คงมีมลพิษ  แต่เมื่อเข้ามาและมีโอกาสได้ดูงานด้านกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ กฟผ.แม่เมาะ ทำให้รู้ว่าที่นี่มีระบบจัดการที่ได้มาตรฐาน ด้วยเพราะตนเรียนเคมีจึงรู้ว่าโรงไฟฟ้าแม่เมาะมีระบบในการกรองเป็นอย่างดีและการจัดการที่ได้ผล  ซึ่งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่รอบ กฟผ.แม่เมาะ แบบ Real Time ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าอาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ ทำให้เห็นคุณภาพอากาศของ อ.แม่เมาะ ได้ชัดเจน”

     ด.ญ.ศศินิภา กฤษนพรรณ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนลำปางกัลยาณี ผู้ที่มีความฝันอยากเป็นผู้พิพากษา กล่าวว่า “ดีใจที่มีโอกาสเข้าร่วมค่ายต่อแสงฯในครั้ง ได้ทำกิจกรรมที่สนุก ได้ค้นหาความเป็นตัวตน และที่สำคัญยังได้ความรู้ใหม่จากพี่ๆ ที่ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการเรียนในแง่มุมต่างๆ มีพี่ๆ เป็นแรงบันดาลใจในด้านการเรียน และจะตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้เป็นผู้พิพากษาอย่างที่ตั้งใจไว้”

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      หน้าต่อไป...