» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC)
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 2738, 0 5425 3862
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      หน้าต่อไป...
  กฟผ.แม่เมาะ เปิดบ้านโชว์ผลงานพัฒนางานสู่การพัฒนาองค์กร ในงานนิทรรศการเพิ่มผลผลิต กฟผ.แม่เมาะ ครั้งที่ 14

          กฟผ.แม่เมาะ จัดแสดงผลงานจากการส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพงานขององค์กร ในงานนิทรรศการเพิ่มผลผลิต กฟผ.แม่เมาะ ครั้งที่ 14 คัดเลือกผลงานดีเด่นเข้าร่วมแข่งขันในเวที กฟผ. และเข้าสู่เส้นทางแข่งขันระดับประเทศ พร้อมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานร่วมกันระหว่างสายงานผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 และผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ  ระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม 2557

          เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2557 ณ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ  นายพลฤทธิ์ เศรษฐกำเนิด  ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2  เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการเพิ่มผลผลิต กฟผ.แม่เมาะ ครั้งที่ 14 ประจำปี 2557 โดยมีนายสุรพล สัตยารักษ์ ปลัดจังหวัดลำปาง เป็นผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ให้เกียรติร่วมงานและบรรยายพิเศษหัวข้อ “ลำปางนครแห่งความสุข” จากนั้นมีการเสวนาจากผู้แทน 5 ตำบลใน อ.แม่เมาะ, หน่วยงานราชการ และ กฟผ.แม่เมาะ ในหัวข้อ “จิตอาสากับการพัฒนาชุมชนแม่เมาะ”  ประกอบด้วย นายนรินทร์ วรรณมหินทร์ นายอำเภอแม่เมาะ, นายแดง ทนันไชย ปราชญ์ชาวบ้านหมู่บ้านเมาะหลวง, นายณรงค์ มะโนปิน ผู้นำชุมชนบ้านหาด, นางผ่องพรรณี มหามิตร ตัวแทนผู้ใหญ่บ้านสบป้าด, พ.ต.ประวิธ ธรรมชาติ ผู้บังคับกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ค่ายประตูผา และ นายสุริยัน รักษากิจ วิทยากรระดับ 7 แผนกพัสดุ กองพัสดุและจัดหา ฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ โดยมี นางภัสสร ถาวรอธิวาสน์  หัวหน้าศูนย์จิตอาสา กฟผ.แม่เมาะ เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่ง็ปูภายในงานมีผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ, ส่วนราชการ และชุมชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ ร่วมงานคับคั่ง

           นายพลฤทธิ์ เศรษฐกำเนิด ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 กฟผ. กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นพลังแห่งความยิ่งใหญ่ พลังแห่งความสำเร็จและภูมิปัญญาของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ และยิ่งไปกว่านั้น การที่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภายในหน่วยงานของ กฟผ. หน่วยงานราชการของ จ.ลำปาง และ อ.แม่เมาะ ที่แสดงให้เห็นว่า กฟผ.แม่เมาะ มีการพัฒนาระบบงานด้านคุณภาพตามมาตรฐานสากล มีการปฏิบัติตามกฎหมายด้านอาชีวอนามัยความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมจนประสบความสำเร็จได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศประจำปี 2556 และรางวัลเหรียญทองจากสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ ณ กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และรางวัลอื่นๆอีกหลายรางวัล ทำให้เห็นได้ว่าการจัดงานนิทรรศการเพิ่มผลผลิตที่ผ่านมาเป็นเวทีแสดงความสามารถของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ที่ได้คิดค้นทดลองและสร้างประโยชน์ สร้างชื่อเสียงต่อองค์กร สนองต่อนโยบายการพัฒนางานของ กฟผ. ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความสามารถ มีขบวนการสนับสนุนและพลักดันให้เกิดการเรียนรู้จนมีความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการพัฒนางาน ตลอดจนส่งเสริมความคิดในเรื่องสร้างสรรค์และนำความรู้ไปต่อยอดเพื่อปรับปรุงระบบและพัฒนาคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อม ความมุ่งมั่นและทุ่มเทเพื่อพัฒนางานสู่การพัฒนาองค์กรของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ คงไม่หยุดเพียงเท่านี้ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนางานเพื่อพัฒนาให้องค์กรแห่งนี้เป็นองค์กรที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อความสุขแก่คนไทยทุกคน ขอชื่นชมในความตั้งใจอันดีตลอดจนการมีส่วนร่วมในการทำงานของทุกภาคส่วน ขอให้ร่วมมือร่วมใจรักษาคุณภาพและมาตรฐานในการทำงานให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป

          สำหรับงานนิทรรศการเพิ่มผลผลิต กฟผ.แม่เมาะ เป็นกิจกรรมที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะ และเหมืองแม่เมาะ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2557 เป็นการจัดงานครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 18-20 มีนาคม 2557  ณ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ ภายใต้แนวคิด“พัฒนางานทุกด้าน เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มุ่งสู่องค์กรคุณภาพสูง” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ได้นำเสนอผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและสังคม โดยการใช้เครื่องมือ QCC, Kaizen, KSS (Kaizen suggestion system), AAR (After Action Review), BAR (Before Action Review) ตลอดจนนำเสนอผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างทัศนคติและจิตสำนึกในการเพิ่มประสิทธิภาพลดต้นทุนความสูญเสียตามแนวทางการบริหารงานทั่วทั้งองค์กร ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และมีการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่องอันจะนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตองค์กร และยังเป็นเวทีคัดเลือกตัวแทน กฟผ.แม่เมาะ เข้าร่วมแข่งขันกิจกรรมพัฒนาคุณภาพงานในเวทีของ กฟผ. ทั่วประเทศ เพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งขันในเวทีระดับประเทศต่อไป นอกเหนือจากการนำเสนอผลงานการพัฒนาคุณภาพงานแล้วภายในงานยังมีการแสดงบอร์ดนิทรรศการต่างๆ เช่น เส้นทางสู่ความเป็นเลิศ Thailand Quality Class (TQC), งานด้าน CSR, หลอดไฟ LED เป็นต้น ตลอดจนการจำหน่ายสินค้าอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม อุปกรณ์ความปลอดภัย (Safety) และผลิตภัณฑ์ชุมชนของ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง อีกด้วย

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ เปิดบ้านต้อนรับเพื่อน พี่ น้อง ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

          กฟผ.แม่เมาะ เปิดบ้านต้อนรับเพื่อน พี่ น้องในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 หวังสร้างคนในชุมชนเป็นสื่อบุคคลในการเผยแพร่ภารกิจหลักแก่บุคคลภายนอก 

           เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2557 ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายสมชาย ติวะตันสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-สื่อสารองค์การและชุมชนสัมพันธ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและจิตอาสา กฟผ.แม่เมาะ ร่วมต้อนรับชุมชนในโครงการ “เปิดบ้านต้อนรับเพื่อน พี่ น้อง ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ ประจำปี 2557” รุ่น 1 ประกอบด้วยหมู่บ้านในตำบลจางเหนือ ได้แก่ บ้านนาแช่ และบ้านจางเหนือพัฒนา มีกองชุมชนสัมพันธ์ และศูนย์จิตอาสา กฟผ.แม่เมาะ เป็นกองจิตอาสาดูแลหมู่บ้าน, บ้านนาสันติราษฎร์ มีกองการแพทย์และอนามัย เป็นกองจิตอาสาดูแลหมู่บ้าน  และบ้านกอรวก มีกองแผนงานและประเมินผล และแผนกประชาสัมพันธ์ เป็นกองจิตอาสาดูแลหมู่บ้าน โดยชุมชนได้ร่วมทำกิจกรรมสันทนาการร่วมกับผู้บริหารและจิตอาสา รวมถึงเข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และพื้นที่ขอบบ่อเหมือง ตลอดจนรับฟังการบรรยายภารกิจหลักของ กฟผ.แม่เมาะ และทำความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงาน และความสำคัญในการสร้างโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะหน่วยที่ 4-7 

          กฟผ.แม่เมาะ ได้จัดโครงการ “เปิดบ้านต้อนรับเพื่อน พี่ น้อง ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ” มาอย่างต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ปี 2553 โดยในปี 2557 นี้จะจัดขึ้นทั้งหมด 12 รุ่น รวม 44 หมู่บ้าน จาก 5 ตำบล ในอำเภอแม่เมาะ และ 2 หมู่บ้าน จากอำเภอเมือง ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างดีจากชุมชน และยังเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่าง กฟผ.แม่เมาะ และชุมชนโดยรอบพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ ให้มีความเข้าใจและเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันอย่างยั่งยืน

          นายสมชาย ติวะตันสกุล  กล่าวว่า “ภารกิจหลักของ กฟผ.แม่เมาะ คือการผลิตไฟฟ้าโดยใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง เพื่อสร้างแสงสว่างอันจะนำมาซึ่งความสุขของคนไทยทั้งประเทศ  ซึ่งโครงการ“เปิดบ้านต้อนรับเพื่อน พี่ น้อง ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ” เป็นเสมือนการสร้างสื่อบุคคลผ่านชุมชน ที่จะเป็นตัวแทนของ กฟผ.แม่เมาะ ในการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภารกิจขององค์กรให้ผู้อื่นได้เข้าใจอย่างถูกต้อง รวมถึงยังเป็นการร้อยเรียงความสัมพันธ์อันดีระหว่างชุมชนและ กฟผ.แม่เมาะ ให้มีความเข้าใจและอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข โดย กฟผ.แม่เมาะ มีความยินดีที่จะดูแล สนับสนุน และเข้าไปมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรมของชุมชน เพื่อให้กิจกรรมนั้นๆ ก่อประโยชน์แก่คนในชุมชนให้อยู่ได้อย่างเป็นสุข”

           นายสุวิทย์ สุยะสืบ ชุมชนบ้านนาแช่ เล่าถึงความประทับใจในการเข้าร่วมโครงการฯ ว่า “นี่เป็นครั้งที่ 3 ที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการฯ ทุกครั้งที่มาจะได้รับการต้อนรับอย่างดีจากจิตอาสา กฟผ.แม่เมาะ แสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการดูแลชุมชน ทั้งได้รับความรู้เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า สามารถนำไปอธิบายให้ผู้อื่นได้เข้าใจอย่างถูกต้องได้ หากมีโอกาสก็อยากจะเข้าร่วมโครงการฯ อีกครั้ง”

          นางกฤษณา มาลา ชุมชนบ้านกอรวก เล่าถึงความประทับใจในการเข้าร่วมโครงการฯ ว่า “เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมโครงการฯ และเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าไปดูระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้า และศูนย์อำนวยการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 อย่างใกล้ชิด ทำให้ได้ความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า และประสิทธิภาพในการควบคุมมวลสารจากกระบวนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.แม่เมาะ ได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังประทับใจและสนุกสนานกับทุกกิจกรรมที่ได้ร่วมทำกับจิตอาสา กฟผ.แม่เมาะ ขอขอบคุณ กฟผ.แม่เมาะที่จัดโครงการดีๆ อย่างนี้ขึ้น”

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ. แม่เมาะ ร่วมมือกับทุกภาคส่วน พัฒนาฝายห้วยแม่มานต่อเนื่อง

         เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2557 ณ ห้วยแม่มาน หมู่บ้านท่าสี ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นางภัสสร ถาวรอธิวาสน์ หัวหน้าศูนย์จิตอาสา พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานจิตอาสากองบำรุงรักษาเครื่องจักรกลเหมืองแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)แม่เมาะ นำเครือข่ายจิตอาสากลุ่มนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และกลุ่มเยาวชนบ้านท่าสี ร่วมกันสร้างฝายชะลอน้ำแบบบูรณาการ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า และกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ในพื้นที่ห้วยแม่มานซึ่ง กฟผ.แม่เมาะ และชุมชนบ้านท่าสี ได้ร่วมกันสร้างมาตั้งแต่ปี 2554 และในครั้งนี้สำรวจพบว่าฝายชะลอน้ำบางส่วนเกิดการชำรุดและไม่สามารถกักเก็บตะกอนอุ้มน้ำได้ จึงได้ดำเนินการซ่อมแซม กิจกรรมครั้งนี้ช่วยให้คณะนักศึกษากว่า 90 คนได้มีประสบการณ์การทำงานร่วมกันในชีวิตจริง เกิดความสัมพันธ์อันดีเป็นเครือข่ายร่วมกัน อีกทั้งยังได้อนุรักษ์แหล่งน้ำที่สำคัญของชุมชนร่วมกับสมาชิกในชุมชนอีกด้วย

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  โรงไฟฟ้าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ทางรอดพลังงานไทย ?

 

          นับถอยหลังไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีพระบรมราชโองการให้สงวนแหล่งถ่านหินที่มีอยู่ในประเทศไว้เพื่อให้ทางราชการเป็นผู้ดำเนินงานเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการสงวนทรัพยากรของชาติไว้เพื่อใช้ประโยชน์แก่ส่วนรวม ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำถ่านหินมาใช้ผลิตไฟฟ้าสร้างความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าให้กับประเทศ

          จวบจนเมื่อมีการขุดพบก๊าซธรรมชาติที่อ่าวไทยเมื่อปี 2524 นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของพลังงานไทย ก๊าซธรรมชาติได้ถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า จนปัจจุบันประเทศไทยได้พึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนที่มากถึงเกือบร้อยละ 70 ขณะที่ถ่านหินมีสัดส่วนการผลิตอยู่เพียงร้อยละ 19

          ข้อเท็จจริงของสถานการณ์พลังงานที่เราต้องเผชิญ ณ เวลานี้ก็คือ ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยกำลังจะหมดลงในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี และก๊าซเหลว(LNG) ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศมีราคาแพง ส่วนถ่านลิกไนต์ที่เหมืองแม่เมาะมีให้เราได้ขุดใช้อีกประมาณ 35 ปี คำถามคือ หลังจากนั้น เราจะเลือกใช้เชื้อเพลิงชนิดใดในการผลิตไฟฟ้า ให้กับโรงไฟฟ้าหลัก

          คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติมีความพยายามในการวางแผนการใช้พลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง  โดยการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงถ่านหินให้มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษา แนวโน้มพลังงานโลกในอนาคต ฉบับปี 2556 (World Energy Outlook 2013) ของทบวงพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ที่ประเมินว่าในปี 2578 ความต้องการใช้พลังงานของอาเซียนจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าร้อยละ 80 โดยความต้องการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินจะเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว และสัดส่วนถ่านหินสำหรับการผลิตไฟฟ้าจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นจากร้อยละ 30 ในปัจจุบันเป็นร้อยละ 50

          นอกจากนี้ IEA ยังระบุด้วยว่า หากไทยไม่ดำเนินนโยบายเพิ่มการใช้ถ่านหินด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและวางแผนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงานมากที่สุดในอาเซียน

          การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) มีประสบการณ์ในการเป็นผู้ผลิตและส่งไฟฟ้ามาเกือบ 45 ปี จนกล่าวได้ว่า  กฟผ.ผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงชนิดใดก็ได้ แต่ความเหมาะสมและข้อจำกัดของเชื้อเพลิงแต่ละชนิดต่างหาก คือปัจจัยสำคัญในการเลือกหรือไม่เลือกเชื้อเพลิงชนิดใด ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่มีจุดเด่นคือมีปริมาณสำรองมาก มีราคาไม่แพงและไม่ขึ้น-ลง ตามราคาน้ำมันเหมือนก๊าซธรรมชาติ แต่มีข้อเสียคือเมื่อเผาไหม้แล้วจะเกิดมวลสารต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าโดยใช้เชื้อเพลิงถ่านหินได้พัฒนาไปมาก จนสามารถควบคุมมวลสารต่างๆ ไม่ให้เล็ดรอดออกมาเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด

          สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ กฟผ.ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินการก่อสร้างตามแผนพีดีพี 2010 (ปรับปรุงครั้ง        ที่ 3) จำนวน 3,200 เมกะวัตต์ มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไปนั้น กฟผ.ได้เลือกใช้ถ่านหินนำเข้าที่มีคุณภาพดีและใช้เทคโนโลยีในการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง หรือที่เรียกว่าเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ทำให้มั่นใจในประเด็นเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี

          แต่การจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินได้หรือไม่นั้น การใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ กฟผ.ใช้สร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนและสังคมเท่านั้น ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่นอีกมากที่ กฟผ.ต้องเร่งทำความเข้าใจ โดยมีโจทย์สำคัญคือต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการวางแผนตัดสินใจและตรวจสอบกำกับดูแล เพื่อสร้างการยอมรับและไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ ร่วมชี้แจงข้อซักถาม ร่วมกับคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมตำบลนาสัก

         เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 ณ ห้องประชุม องค์การบริหารส่วนตำบลนาสัก ต.นาสัก อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายสมชาย ติวะตันสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-สื่อสารองค์การและชุมชนสัมพันธ์ นายโอภาส จริยภูมิ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ-บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)แม่เมาะ เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการการมีส่วนร่วมดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมตำบลนาสัก  มีนายบุญเทียน กาคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสัก เป็นประธาน นายวุฒิพงษ์ แก้วปาเฟือย ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอแม่เมาะ ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนใน ต.นาสัก ร่วมประชุม

        ในการประชุม ผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ ได้ชี้แจงข้อซักถามจากการประชุมครั้งที่แล้ว ในประเด็นสำคัญ ประเด็นแรกได้แก่ การขอไม้ที่ตัดจากการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ ซึ่ง กฟผ. ไม่มีอำนาจอนุมัติหรือใช้ไม้ดังกล่าว เนื่องจากเป็นอำนาจของกรมป่าไม้ ที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้จะมาตีตรา ชักลากเพื่อประมูลขายต่อไป โดยที่ประชุมจะเชิญเจ้าหน้าที่จากกรมป่าไม้มาหารือเพื่อหาแนวทางการขอใช้อีกครั้งหนึ่ง ประเด็นที่สองคือความกังวลของชุมชนเกี่ยวกับการทำเหมืองหินปูนตามประทานบัตรของ กฟผ.แม่เมาะ ว่าอาจส่งผลกระทบต่อภาพเขียนสีโบราณ คณะผู้บริหารได้ยืนยันว่าพื้นที่ของภาพเขียนโบราณ อยู่นอกเขตพื้นที่ประทานบัตร 320 เมตร ซึ่งการดำเนินงานของเหมืองฯจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพเขียนดังกล่าว โดยขณะนี้พื้นที่ภาพเขียนสีโบราณซึ่งถือเป็นสมบัติของแผ่นดินยังอยู่ในพื้นที่การดูแลของกรมป่าไม้ และได้ประสานกับกรมศิลปากรให้เข้ามาศึกษาเพื่อทำการอนุรักษ์ฟื้นฟูเป็นแหล่งศึกษาและท่องเที่ยวต่อไปแล้ว ส่วนในประเด็นของค่าภาคหลวงแร่ กฟผ.แม่เมาะ ได้ดำเนินการจ่ายให้กับ อบต.นาสัก ตามกฎระเบียบที่กฎหมายกำหนดทุกประการ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการหารือถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ อาทิ ปัญหาหมอกควันที่เกิดจากโรงงานตะเกียบในพื้นที่ แผนการบริหารจัดการน้ำทางการเกษตรที่ กฟผ.จะสนับสนุนแก่ชุมชน ซึ่งการจัดประชุมคณะกรรมการฯดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ช่วยเชื่อมต่อและสร้างความเข้าใจระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับท้องถิ่น เพื่อให้การพัฒนาและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เป็นไปอย่างบูรณาการ

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      หน้าต่อไป...