» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC)
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 2738, 0 5425 3862
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      หน้าต่อไป...
  กฟผ.แม่เมาะ ร่วมสัมมนา ระดมความคิดเห็น ทิศทางพลังงานไทย

      ผู้บริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะร่วมสัมมนารับฟังความคิดเห็น ทิศทางพลังงานไทย  จัดโดยกระทรวงพลังงาน พร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ เชื่อมั่นเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้  โดยยกโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นตัวอย่างที่ดีในการบริหารจัดการ และยินดีเปิดบ้านต้อนรับผู้สนใจเข้าศึกษาเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด

       เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2557 ณ ห้องเชียงใหม่ แกรนด์วิว โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่  นายชวลิต ตั้งตระกูล  ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นผู้แทน กฟผ.แม่เมาะ ร่วมสัมมนารับฟังความคิดเห็น “ทิศทางพลังงานไทย” ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดโดยกระทรวงพลังงาน มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงานและร่วมนำเสนอแผนทิศทางพลังงานไทยในอนาคต โดยมีข้าราชการ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ประชาชนจังหวัดเชียงใหม่และประชาชนผู้สนใจในภาคเหนือกว่า 500 คนเข้าร่วมรับฟัง

        การสัมมนาดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ช่วง โดยในช่วงเช้าเป็นการนำเสนอแผนจากผู้บริหารของกระทรวงพลังงาน ได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ, แผนพัฒนาพลังงานทดแทน, แผนจัดหาเชื้อเพลิงพลังงานและแผนอนุรักษ์พลังงาน สำหรับช่วงบ่ายเป็นการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมสัมมนาตามแผนข้างต้นจำนวน 4 กลุ่ม โดยนายชวลิต ตั้งตระกูล ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ  ร่วมสัมมนารับฟังความคิดเห็นในห้องย่อยที่ 4 เรื่อง แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พร้อมให้ข้อคิดเห็นว่า ตนเองทำงานที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินมาเป็นเวลากว่า 30 ปี เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่ม ที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าแม่เมาะถือเป็นบทเรียนแรก ในปี 2535 ที่มีปัญหาเกี่ยวกับมลภาวะ  ซึ่งจากนั้นมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา

       กว่า  20 ปี  โรงไฟฟ้าแม่เมาะสามารถเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับโรงไฟฟ้าอื่นๆ ได้ในด้านการบริหารจัดการด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม  แม้ว่าถ่านหินที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะใช้เป็นเชื้อเพลิงนั้นมีคุณภาพต่ำที่สุด  เพราะมีส่วนประกอบของซัลเฟอร์ถึง ร้อยละ 3  มีขี้เถ้ามาก  มีความชื้นที่สูง รวมทั้งมีค่าความร้อนที่ต่ำ  ฉะนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดสามารถควบคุมจัดการมลภาวะให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดได้  ทั้งนี้ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านที่สนใจในการบริหารจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เข้ามาเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งจะช่วยให้ทุกท่านเกิดความมั่นใจในการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าถ่านหิน

        ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กล่าวต่อว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class: TQC) เมื่อปี 2556 ซึ่งหมายถึงการเป็นโรงไฟฟ้าที่มีการบริหารจัดการที่เป็นเลิศแห่งเดียวในประเทศไทย สำหรับประเด็นที่ต้องการให้เกิดโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทยอยากให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นกรณีศึกษา ซึ่งโรงไฟฟ้าแม่เมาะยินดีที่จะนำเสนอข้อมูลให้กับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการยอมรับของสาธารณชน และยินดีที่จะเปิดโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้ทุกคนที่สนใจเข้ามาศึกษาดูงาน เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงทางด้านพลังงาน เพราะทุกคนทราบอยู่แล้วว่าก๊าซธรรมชาติในอนาคตจะหมดไป อย่างไรแล้วจะต้องมีโรงไฟฟ้าชนิดอื่นเข้ามาแทน พลังงานนิวเคลียร์นั้นประชาชนส่วนใหญ่ก็กลัว ฉะนั้นไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน  สำหรับพลังงานทดแทนต่างๆ นั้นเป็นแค่การเสริมระบบเท่านั้น ไม่สามารถที่จะนำมาเป็นเชื้อเพลิงหลักได้เนื่องจากให้กำลังการผลิตที่น้อย  ในส่วนของถ่านหินนำเข้าที่ใช้งานในโรงไฟฟ้าเอกชนนั้นมีคุณภาพดีกว่าถ่านหินลิกไนต์จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะหลายเท่า  ซึ่งกระทรวงพลังงานควรทำหน้าที่เป็นผู้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูล และนำไปดูตัวอย่างของจริง  ท้ายที่สุดขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลองพิจารณาสำหรับสถานที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคตซึ่งส่วนตัวอยากให้ประชาชนในพื้นที่ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งพลังงานหลักเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในประเทศ และควรก่อสร้างโรงไฟฟ้าในสถานที่ที่ประชาชนยอมรับหรือมีความต้องการที่จะให้ก่อสร้าง ซึ่งอาจจะต้องลงทุนเพิ่มในด้านของการขนส่งแต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุน

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  ชุมชนจาก จ.นครศรีธรรมราช ชื่นชมระบบการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ พร้อมนำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อ

        คณะดูงานจาก อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ชื่นชมระบบการบริหารจัดการ กฟผ.แม่เมาะ ภายหลังเข้าชมกิจการ พร้อมนำข้อมูลที่ได้รับไปเผยแพร่ต่อ

        เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 ณ ห้องรักองค์การ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง คณะชุมชนจาก จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 140 คน เข้าเยี่ยมชมกิจการ กฟผ.แม่เมาะ โดยมี นายสมชาย ติวะตันสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ–สื่อสารองค์การและชุมชนสัมพันธ์ ให้การต้อนรับและบรรยายภารกิจการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ ทั้งนี้ นายสมชายฯ ได้กล่าวถึงประเด็นด้านพลังงานในภาคใต้ว่า “เรื่องของพลังงานนับเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งภาคใต้ยังคงเผชิญกับอุปสรรคและข้อจำกัดในเรื่องนี้ เนื่องจากปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในพื้นที่นั้นไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคม เพราะไม่สามารถพึ่งพาตนเองในด้านพลังงานได้ ตนจึงหวังอย่างยิ่งว่า การมาศึกษาดูงานในครั้งนี้ ท่านจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้”

         จากนั้น คณะฯได้เข้าชมการทำงานของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ณ ศูนย์อำนวยการเดินเครื่องหน่วยที่ 4-7 และพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา(เหมืองแม่เมาะฯ)ซึ่งการเข้าเยี่ยมชมในครั้งนี้ เพื่อศึกษากระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า สร้างความเข้าใจในสถานการณ์พลังงานไฟฟ้าของประเทศ รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานด้านมวลชนสัมพันธ์ของ กฟผ.แม่เมาะ นอกจากนี้ นายสมยศ ขำเกิด นายกสมาคมเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจน กล่าวถึงการเยี่ยมชมกิจการในครั้งนี้ว่า “อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เป็นหนึ่งในพื้นที่เป้าหมายที่จะจัดตั้งโรงไฟฟ้าและกำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาผลกระทบ พื้นที่ส่วนใหญ่ของ อ.หัวไทร อยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล และทำการประมงเป็นอาชีพหลัก ชุมชนจึงมีความห่วงใยเกี่ยวกับผลกระทบด้าน

มลภาวะทางน้ำและคุณภาพอากาศ เช่น มีความกังวลว่าอาจเจ็บป่วยจากการเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ หรือไม่สามารถทำการเกษตรและการประมงได้ วัตถุประสงค์หลักของการศึกษาดูงานคือต้องการให้ชาวบ้านได้มาพิสูจน์และสัมผัสกับวิถีชีวิตและสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะด้วยตนเอง ซึ่งครั้งนี้นับเป็นการเข้ามาเยี่ยมชมครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกนั้นถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะชาวบ้านได้นำข้อเท็จจริงกลับไปเผยแพร่ต่อว่าโรงไฟฟ้าไม่ได้อันตรายอย่างที่เข้าใจ ชาวบ้านกลุ่มอื่นๆจึงสนใจที่จะเดินทางมาเยี่ยมชมในวันนี้”

        นางมาริสา นิยมเดชา, นางสาว ศิริพร เจ๊ะแหละหมัน, นางไรน๊ะ ระวีพงค์ และนางสาว สะลิห๊ะ นิยมเดชา ตัวแทนชาวบ้านชุมชน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช กล่าวถึงความรู้สึกจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ว่า  “ก่อนจะเดินทางมาที่นี่ พวกตนได้รับทราบข้อมูลเชิงลบเกี่ยวกับ กฟผ. เช่น กฟผ.แม่เมาะ จัดฉากโดยนำเสนอเฉพาะด้านดี ในขณะที่โรงไฟฟ้าปล่อยน้ำเสียสู่ชุมชนและปล่อยก๊าซพิษสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้นึกภาพไม่ออกว่าการมีโรงไฟฟ้าจะมีผลดีอย่างไร แต่เมื่อได้มาสัมผัสด้วยตนเอง กลับพบว่าที่แม่เมาะบรรยากาศดี ผู้คนน่ารัก ต้นไม้เขียวชอุ่ม โรงไฟฟ้ามีการกำจัดของเสียทั้งน้ำทิ้งและก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์อย่างเป็นระบบ เมื่อได้เข้าเยี่ยมชมงานด้วยตนเองจึงรู้สึกคลายความกังวลและรู้สึกชื่นชมการบริหารจัดการของ กฟผ.แม่เมาะ เป็นอย่างยิ่ง พวกตนจะนำข้อมูลที่ได้รับไปเผยแพร่ต่อและเชิญชวนคนในชุมชนที่ยังไม่เคยมา ได้เข้ามาเยี่ยมชมงานที่ กฟผ.แม่เมาะ เพื่อจะได้มาสัมผัสบรรยากาศจริง เช่นเดียวกับพวกตนที่เมื่อก่อนเคยร่วมเดินขบวนคัดค้าน แต่เมื่อได้มาเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าและรับทราบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง ทำให้เปลี่ยนความคิดไปในที่สุด”

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  สภากาแฟสามัคคีปรองดองที่ กฟผ.แม่เมาะ
         เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2557  นายจักรพงศ์ อุทธาสิน ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ นายพลฤทธิ์ เศรษฐกำเนิด ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ ให้การต้อนรับ นายธานินท์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พลตรีอุกฤกษ์ อากาศวิภาต ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดลำปาง  ในโอกาสร่วมประชุมปรึกษาหารือข้อราชการอย่างไม่เป็นทางการ(สภากาแฟ สามัคคีปรองดอง) ณ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยครั้งต่อไปเดือนตุลาคม 2557 กำหนดจัดงานในหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง  จากนั้นเวลา 08.00 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางเป็นประธานเปิดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการตามโครงการขับเคลื่อนนโยบาย “ลำปางสุจริต” โดยมีการจัดบรรยายธรรมเรื่อง “คุณธรรม จริยธรรม สำหรับผู้บริหาร เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ” โดยพระมหานภดล สุวณณเมธี เจ้าอาวาสวัดบรรพตสถิต อ.เมือง จ.ลำปาง จากนั้นเป็นการบรรยายเรื่อง “มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต ประพฤติมิชอบ ในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ” โดยนายประจวบ สวัสดิประสงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางและรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางชี้แจงและมอบแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายลำปางนครแห่งความสุข และลำปางสุจริต
แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ จัดบรรยายการจัดการขยะ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับชุมชน
        เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2557 ณ ห้องรักองค์การ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง คณะกรรมการพัฒนาสิ่งแวดล้อม อำเภอแม่เมาะ ผู้นำชุมชนในอำเภอแม่เมาะ ตลอดจนผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ เข้ารับฟังการบรรยายหัวข้อ การจัดการขยะ โดย ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ ดุษฎี ผู้อำนวยการวิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายพลฤทธิ์ เศรษฐกำเนิด ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 เป็นประธานเปิดการบรรยาย ซึ่งการจัดบรรยายดังกล่าว กฟผ.แม่เมาะ จัดขึ้นเพื่อเป็นไปตามแผนงานและโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลและเชื้อเพลิงขยะ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในระดับชุมชนอย่างมีดุลยภาพควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และเป็นการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการขยะ อันจะนำไปสู่การจัดการขยะในพื้นที่ชุมชนอำเภอแม่เมาะ ซึ่งช่วงเดือนสิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา กฟผ.แม่เมาะ ได้นำคณะกรรมการพัฒนาสิ่งแวดล้อม อ.แม่เมาะ และผู้นำชุมชนใน อ.แม่เมาะ เข้าศึกษาดูงานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลและเชื้อเพลิงขยะ 4 แห่ง ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยการบรรยายในครั้งนี้เป็นการต่อยอดแนวความคิดเพื่อนำมาพัฒนาการจัดการขยะในชุมชนพื้นที่ อ.แม่เมาะ นอกจากบรรยายในหัวข้อการจัดการขยะแล้ว ผู้เข้าร่วมรับฟังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมถาม-ตอบเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าชีวมวลที่สามารถนำขยะและสิ่งเหลือใช้มาแปรรูปเป็นพลังงานและเสริมรายได้แก่ชุมชนอีกทั้งลดปัญหาขยะ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะในชุมชนได้ ซึ่งในการหารือนี้ผู้นำชุมชนซักถามกรณีหากมีโรงไฟฟ้าชีวมวลเกิดขึ้นในพื้นที่ อ.แม่เมาะ จริง จะมีการบริหารจัดการกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งด้านฝุ่น ควัน กลิ่น เสียง อย่างไร โดย ผศ.ดร.ณัฐวุฒิ ดุษฎี ตอบว่า ในการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลนั้นต้องมีการบริหารจัดการที่ดีบนพื้นที่กว้างขวางไม่ติดกับชุมชน อย่างน้อยห่างจากชุมชนประมาณ 400-500 เมตร ก็จะไม่เกิดผลกระทบใดๆ อีกทั้งยังจะนำประโยชน์มาให้ชุมชนอีกด้วย
แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ จัดโครงการธนาคารไข่ต่อเนื่องปีที่ 2 เพิ่มกลุ่มอาชีพได้ 15 กลุ่ม จาก 14 หมู่บ้าน ใน อ.แม่เมาะ

        เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2557 ณ ที่ทำการสื่อสารองค์การและชุมชนสัมพันธ์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายสมชาย ติวะตันสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-สื่อสารองค์การและชุมชนสัมพันธ์ กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการเสริมสร้างความสามารถชุมชน ธนาคารไข่ ประจำปี 2557 ดำเนินการโดยศูนย์จิตอาสา กฟผ.แม่เมาะ โดยในปีนี้มี 15 กลุ่มจาก 14 หมู่บ้านใน อ.แม่เมาะ รวมสมาชิกกว่า 225 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีการมอบไก่พันธุ์ไข่ 1,500 ตัว พร้อมอาหาร และคู่มือการเลี้ยงไก่ที่ถูกต้องเป็นทุนตั้งต้น ซึ่งแต่ละกลุ่มผู้เลี้ยงจะต้องบริหารจัดการรายได้หมุนเวียนจากการขายไข่ด้วยตนเอง โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากปศุสัตว์ อ.แม่เมาะ และ ผู้ปฏิบัติงาน  กฟผ.แม่เมาะ คอยให้คำแนะนำตลอดทั้งโครงการ จากนั้นมีเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การเลี้ยงไก่จากเจ้าหน้าที่บริษัทซีพีเอฟประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ อ.แม่เมาะ ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ และสมาชิกในกลุ่มเลี้ยงไก่ อาทิ ปัญหาที่พบจากการเลี้ยงไก่ หรือบัญชีรายรับรายจ่าย โดยมี   นายนรินทร์ วรรณมหินทร์ นายอำเภอแม่เมาะ เป็นประธานส่งมอบไก่พันธุ์ไข่ดังกล่าว

        จากผลการดำเนินงานในปี 2556 พบว่าโครงการดังกล่าว เกิดประโยชน์กับชุมชนใน อ.แม่เมาะ  ทำให้สมาชิกในกลุ่มเลี้ยงไก่มีไข่ไก่บริโภคในครัวเรือน เป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อีกด้วย  กฟผ.แม่เมาะ จึงได้ขยายพื้นที่จาก 10 กลุ่ม 10 หมู่บ้านนำร่อง เป็น 15 กลุ่ม 14 หมู่บ้าน ในปีนี้

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      หน้าต่อไป...