» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC)
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 2738, 0 5425 3862
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      หน้าต่อไป...
  กฟผ. คาดจ่ายสินไหมทดแทน คดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดภายในกลางเดือนมีนาคม

        กฟผ. อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย ให้ผู้ฟ้องในคดีโรงไฟฟ้าแม่เมาะ แต่ละรายตามคำสั่งศาล คาดว่าจะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมฯ ได้โดยเร็ว แล้วเสร็จภายในกลางเดือนมีนาคมนี้

        นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยภายหลังทราบคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด คดีโรงไฟฟ้า แม่เมาะ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 ว่า ตามที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาโดยสรุปให้ กฟผ. ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ฟ้องคดีตามที่ศาลปกครองชั้นต้นได้พิพากษา รวมทั้งบางรายที่ศาลปกครองชั้นต้นวินิจฉัยว่ายื่นฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดเวลาการฟ้องคดี ก็ให้ได้รับค่าสินไหมทดแทนด้วย รวมทั้งสิ้น 123 ราย ซึ่ง กฟผ. จะขอให้สำนักงานศาลปกครองเชียงใหม่คำนวณค่าสินไหมทดแทนและดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายตามคำพิพากษาเพื่อความถูกต้อง จากนั้น กฟผ. จะเร่งดำเนินการจ่ายสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ประมาณกลางเดือนมีนาคม 2558

        ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวต่อว่า จากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด แม้จะส่งผลให้ กฟผ. ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ราษฎรก็ตาม แต่ก็ได้สะท้อนให้เห็นว่า ความพยายามและสิ่งที่ กฟผ. ดำเนินการมาตั้งแต่เกิดปัญหาขึ้น เช่น   การติดตั้งระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และมลภาวะอื่นๆ รวมทั้งระบบตรวจวัดต่างๆ มาแก้ไขปัญหา ทำให้ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา จึงไม่เกิดปัญหาก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์เกินมาตรฐานอีก เช่นเดียวกับปัญหาฝุ่นละอองที่อยู่ในการฟ้องร้องด้วยนั้น ศาลฯ มีความเห็นว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่เป็นสาเหตุแห่งการเจ็บป่วย จึงอยากให้ราษฎรแม่เมาะและประชาชนมั่นใจว่า ปัญหาในอดีตที่ผ่านมานั้น กฟผ. ได้แก้ไขแล้วเสร็จมากว่า 15 ปีแล้ว ปัจจุบัน โรงไฟฟ้า และเหมือง แม่เมาะเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม และ กฟผ. จะร่วมกับชุมชนพัฒนาความเจริญด้านต่างๆ ต่อไปในอนาคต ซึ่งประชาชน สามารถติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าแม่เมาะแบบตามเวลาจริง (Real-time) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 11 สถานี โดยรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ที่ http://maemoh.egat.com/so2online/index.php รวมถึงสามารถพิสูจน์ได้จากประสบการณ์ตรงที่นักท่องเที่ยวทั่วประเทศได้มาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ในเทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ ซึ่งได้รับการบรรจุไว้ในปฏิทินท่องเที่ยวประจำปีของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ กฟผ. แม่เมาะ พร้อมจะเปิดบ้านต้อนรับประชาชนให้มาเยี่ยมชมเป็นประจำทุกวัน จึงมั่นใจได้ว่า กฟผ. ทำงานอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

         ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีเหมืองแม่เมาะ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาไปเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ กฟผ. ได้ประสานงานไปยังกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) แล้ว เพื่อให้การดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยจะให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ตามคำสั่งของศาลฯ

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ. หารือ กพร. แนวทางการปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีเหมืองแม่เมาะ

       กฟผ. ร่วมหารือ กพร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางการปฏิบัติ ให้เป็นไปตามแนวทางตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีเหมืองแม่เมาะ โดย 27 กุมภาพันธ์ นี้ จะลงพื้นที่จริง เพื่อตรวจสอบสภาพความเป็นจริง

       เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 นายประภาส วิชากูล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และคณะ เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมประชุมหารือแนวทางการปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีเหมืองแม่เมาะ โดยมีนายสุรพงษ์ เชียงทอง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองเเร่ (กพร.) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายชาติ หงส์เทียมจันทร์รองอธิบดี กพร. นายเดช เอี่ยมยิ้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแร่ ตัวแทนจากกรมป่าไม้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 3 เชียงใหม่และอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ณ ห้องประชุมกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองเเร่ ราชเทวี กรุงเทพ ฯ

       ทั้งนี้ การหารือดังกล่าวได้ข้อสรุปเบื้องต้น ดังนี้

        กรณีที่ศาลปกครองสูงสุด ให้ กฟผ. ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม (เดิม) ต่อไป เนื่องจากมาตรการฯ ใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี กพร. นั้น ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ใน พ.ร.บ. แร่ ฉบับ พ.ศ. 2510 มาตรา 57 กำหนดไว้ว่า "กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงแผนผังโครงการ หรือเงื่อนไขแนบท้ายประทานบัตร ซึ่งผู้ถือประทานบัตรจะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก อธิบดี กพร. ก่อนจึงจะดำเนินการได้”

        นายสุรพงษ์ เชียงทอง อธิบดี กพร. จึงให้ กฟผ. ทำหนังสือถึงอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง โดยแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขอเปลี่ยนแปลงมาตรการฯ และประทานบัตร เพื่อให้อุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ดำเนินการตามขั้นตอน และส่งให้อธิบดี กพร. พิจารณาให้ความเห็นชอบอนุญาตเปลี่ยนแปลง และทำการสลักหลังประทานบัตร พร้อมมีหนังสือแจ้งมายัง กฟผ. ต่อไป

       ส่วนกรณีที่ศาลปกครองสูงสุด ให้ กฟผ. ฟื้นฟูขุมเหมืองให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิมตามธรรมชาติ โดยการถมดินกลับไปในบ่อเหมืองให้มากที่สุดและให้ปลูกป่าทดแทน เฉพาะในส่วนที่ กฟผ. นำพื้นที่ที่ต้องฟื้นฟูขุมเหมืองไปทำเป็นสวนพฤกษชาติและสนามกอล์ฟนั้น อธิบดี กพร. ได้มอบหมายให้สำนักบริหารสิ่งแวดล้อม กพร. เป็นผู้ประสานเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ กรมป่าไม้ สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต 3 เชียงใหม่ และอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง ร่วมตรวจสอบขอบเขตพื้นที่ที่เป็นสวนพฤกษชาติ และสนามกอล์ฟ และพื้นที่ที่ต้องฟื้นฟูขุมเหมืองให้ชัดเจน โดยนัดหมายให้ไปร่วมตรวจสอบที่เหมืองแม่เมาะ ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 พร้อมทั้งให้สรุปรายงานผลการตรวจสอบให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์ถัดไป

        นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เสนอให้มีการจัดประชุมสรุปผลการดำเนินการทั้งหมดอีกครั้ง โดยกำหนดการ กพร. จะแจ้งให้ทราบต่อไป
แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ. สร้างชื่อขายคาร์บอนเครดิต จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์

       โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 10 – 11 ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์และขายคาร์บอนเครดิตได้ปีละเกือบ 4 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นเวลา 4 ปี นับเป็นโครงการ CDM ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นโครงการ CDM จากการปรับปรุงเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

        นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า การปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หน่วยที่10- 11กำลังผลิตติดตั้งเครื่องละ 300 เมกะวัตต์ แล้วเสร็จในปี 2552 สามารถเพิ่มกำลังผลิตจริงได้เครื่องละไม่น้อยกว่า 5 เมกะวัตต์ และใช้เชื้อเพลิงลดลงทำให้สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงด้วย ซึ่ง กฟผ.ได้รับการรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากกรรมการบริหาร CDM ของสหประชาชาติ (CDM Executive Board) เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ (CCR Issuance) ปีละ 3.94 แสนตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ครอบคลุมระยะเวลา 4 ปี รวม 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์

        สำหรับการขายคาร์บอนเครดิตงวดแรก เป็นปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดได้ในปี 2556 โดยได้ทำสัญญา  ซื้อ-ขาย ไว้กับบริษัท Vattenfall Energy Trading Netherlands N.V. ในราคาตลาดคาร์บอนเครดิตตันละ 1 - 2 ยูโร คิดเป็นเงินประมาณ 5.8 ล้านบาท แม้ว่าจะเป็นจำนวนเงินไม่มาก แต่ก็แสดงให้เห็นว่า กฟผ. สามารถทำโรงไฟฟ้าแม่เมาะให้เป็นเทคโนโลยีสะอาดได้ จนได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมทั้งยังเป็นโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าที่สามารถขายคาร์บอนเครดิตขนาดใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน

         อนึ่ง คาร์บอนเครดิต คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่สามารถลดได้จากการดำเนินโครงการกลไกการพัฒนาที่สะอาด หรือที่เรียกสั้นว่าๆ CDM (Clean Development Mechanism) ซึ่งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วต้องการคาร์บอนเครดิต เนื่องจากมีพันธกรณีที่จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่ระบุไว้ในพิธีสารเกียวโต

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  จังหวัดลำปางกำหนด 100 วันอันตรายห้ามเผาตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์-สิ้นเมษายน 58 ส่วนคุณภาพอากาศแม่เมาะเดือนมกราคม 2558 ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

      รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง จำนวน 11 สถานี ซึ่งมีการตรวจวัดฝุ่นละอองรวม(TSP), ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2) และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซต์(NO2) โดยมีสถานีตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน(PM10) จำนวน 4 สถานี ทั้งนี้การตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองรวม(TSP) ในคาบ 24 ชั่วโมง, ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในคาบ 24 ชั่วโมง, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 24 ชั่วโมง และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง ตามเกณฑ์มาตรฐานประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2547) ผลการตรวจวัดพบว่า ทุกค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

       สำหรับดัชนีคุณภาพอากาศพื้นที่ปฏิบัติงาน, พื้นที่ชุมชน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี-ปานกลาง พบมีฝุ่นขนาดเล็กสูง ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ส่วนพื้นที่บ้านพักผู้ปฏิบัติงาน ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

       ทั้งนี้ในฤดูแล้งของทุกปี (เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน) มักเกิดปัญหาหมอกควันจากการเผา  ทั้งจากผู้บุกรุกแผ้วถางเพื่อขยายที่ทำกิน และจากการเผาป่าล่าสัตว์ หาของป่า ซึ่งค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน(PM 10) ที่วัดได้จากเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศของ กฟผ. มีค่าที่สูงขึ้นและเกินมาตรฐานในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นประจำทุกปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้จังหวัดลำปางจึงได้กำหนดให้ปัญหาหมอกควันดังกล่าวเป็นวาระสำคัญโดยได้นำมาตรการทางกฎหมายเข้ามาใช้บังคับอย่างจริงจังสำหรับผู้ฝ่าฝืน และได้กำหนด 100 วันอันตรายห้ามเผาเด็ดขาดตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 31 เมษายน 2558 นี้)

ลำดับ

ค่าที่ตรวจวัด

ค่ามาตรฐาน

(ไมโครกรัม/ ลบ.ม.)

ค่าที่วัดได้สูงสุด (ไมโครกรัม/ ลบ.ม.)

1

ฝุ่นละอองรวม (TSP) ในคาบ 24 ชั่วโมง

330

146

2

ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ในคาบ 24 ชั่วโมง

120

112

3

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง

780

152

4

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในคาบ 24 ชั่วโมง

300

13

5

ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) ในคาบ 1 ชั่วโมง

320

141

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ ร่วมส่งเสริมการใช้ปุ๋ยหมัก ลดการเผา ลดภาวะหมอกควัน

       เมื่อวันที่  13 กุมภาพันธ์ 2558 ณ บริเวณสำนักงานเกษตรอำเภอแม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ  จ.ลำปาง นายวีระเดช สมวรรณ ปลัดจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต ปี 2558 จัดโดยเกษตรอำเภอแม่เมาะ เพื่อรณรงค์การใช้และทำปุ๋ยหมัก ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ตลอดจนลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดภาวะหมอกควันในพื้นที่ ภายในงานมีการสาธิตการทำปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ผักตบชวา เปลือกข้าวโพด ซังข้าวโพด และมูลสัตว์ต่างๆ โดยหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดินลำปาง สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง สำนักงานเกษตรอำเภอเสริมงาม และศูนย์ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ร่วมจัดนิทรรศการให้ความรู้แก่ประชาชน โดยมีนายสมพร เจียระประวัติ เกษตรจังหวัดลำปาง นายสุทัศน์ สมคำ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอแม่เมาะ นายทองดี หาญใจ เกษตรอำเภอแม่เมาะ นายสมชาย ติวะตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และเกษตรกรใน อ.แม่เมาะ เข้าร่วมงาน

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      หน้าต่อไป...