» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class : TQC) ประจำปี 2558 ได้สำเร็จต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 3862, 0 5425 2738
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...
  เลขานุการรัฐมนตรีพลังงานตรวจเยี่ยม กฟผ.แม่เมาะ แนะพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์กลางเรียนรู้ด้านพลังงาน

      เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน กฟผ.แม่เมาะ เชื่อศักยภาพ กฟผ.สามารถเข้าไปลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้าในต่างประเทศได้ แนะพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน ส่วนสถาบันการศึกษาในแม่เมาะอยากให้เปิดสอนถึงระดับปริญญาเอก

       เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2556 ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง  นายสมยศ ธีระวงศ์สกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ  ประกอบด้วย นายพลฤทธิ์ เศรษฐกำเนิด       ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ  นายปราโมทย์ พรรัตนพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและบริหารเหมืองแม่เมาะ พร้อมด้วย             นางสายธาร   ประสงค์ความดี พลังงานจังหวัดลำปาง ให้การต้อนรับ นายภิญโญ ตั๊นวิเศษ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในโอกาสตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยคณะเข้ารับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมของ กฟผ. และการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ ตลอดจนการดำเนินงานด้านชุมชนสัมพันธ์ในพื้นที่ กฟผ.แม่เมาะ โดยมีผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นผู้บรรยายสรุป จากนั้นคณะได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าและการทำเหมืองบริเวณพิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา(เหมืองแม่เมาะ) เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเยี่ยมชมพื้นที่บริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

      นายสมยศ ธีระวงศ์สกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 กล่าวว่า “การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงพลังงาน โดยพื้นที่ กฟผ.        แม่เมาะ ถือว่าเป็นศูนย์กลางพลังงานของภาคเหนือ ซึ่งปัจจุบันภาคเหนือมีความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้นจำนวน 2,300-2,400 เมกกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้า         แม่เมาะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 2,400 เมกกะวัตต์ ถือว่าเพียงพอกับการใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคเหนือทั้งหมด ซึ่งในอนาคตจะมีพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า      หงสา สปป.ลาว จำนวน 1,400 เมกกะวัตต์  จ่ายเข้ามาที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงแม่เมาะ

      นอกจากนั้นยังมีเขื่อนขนาดใหญ่ในภาคเหนืออีก 2 แห่งสำหรับผลิตไฟฟ้าเสริมเข้าในระบบ  ทำให้ภาคเหนือมีปริมาณไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากเดิม  จึงถือว่ามีความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าสูง ปัจจุบันโรงไฟฟ้าแม่เมาะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ 10 ของพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งประเทศ ถือว่าผลิตพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุด เนื่องจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ      มีเชื้อเพลิงที่ราคาต่ำ สามารถดำเนินการจัดหาแหล่งพลังงานได้เอง นอกจากภารกิจด้านการจัดหาและผลิตพลังงานไฟฟ้าแล้ว กฟผ.แม่เมาะ ยังให้ความสำคัญในด้านของสิ่งแวดล้อม มีการติดตั้งเครื่องดักจับก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตั้งแต่ปี 2535 แล้วเสร็จเมื่อปี 2540 มีการตรวจวัดและติดตามผลคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ  ซึ่งปัจจุบันนี้คุณภาพอากาศของอำเภอแม่เมาะดีกว่าหลายพื้นที่ในประเทศไทย  ซึ่งชุมชนใน อ.แม่เมาะมีความเข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพอากาศในพื้นที่ดีขึ้น นอกจากนั้นแล้ว กฟผ.แม่เมาะ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับราษฎรในพื้นที่  มีการจัดตั้งสถาบันการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ  การดูแลรักษาสุขภาพราษฎรในพื้นที่ การก่อสร้างศูนย์  อาชีวเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพื่อเก็บข้อมูลสถิติของผู้ป่วยตลอดจนเป็นสถานที่ให้การรักษาพยาบาลเพื่อให้ชุมชนมั่นใจในการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ และทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งต้องขอบคุณส่วนราชการที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ เป็นอย่างดี”

      นายภิญโญ ตั๊นวิเศษ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า “กิจกรรมของ กฟผ.แม่เมาะ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยเฉพาะการจัดตั้งสถานบันการศึกษาและศูนย์อาชีวเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพื่อตรวจรักษาโรคให้กับราษฎรในพื้นที่  ซึ่งในส่วนของสถานบันการศึกษาอยากให้มีการเรียนการสอนจนถึงระดับปริญญาเอก โดยให้สถานศึกษาแห่งนี้เป็นศูนย์รวมการศึกษาเรียนรู้ด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียนซึ่งเชื่อว่า กฟผ.แม่เมาะ มีความพร้อมในทุกด้าน ส่วนในด้านของการทำเหมืองซึ่งในอนาคตจะมีความลึกถึงระดับ 500 เมตร  โดยจะมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาดำเนินการ  โดยส่วนตัวแล้วมีความ

       เชื่อมั่นว่า กฟผ.สามารถทำได้อย่างปลอดภัยและไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  สำหรับพลังงานไฟฟ้าของประเทศที่ยังมีการรับซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านอีกจำนวนหนึ่งนั้น ในความเห็นส่วนตัวแล้วอยากเห็น กฟผ.เข้าไปลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้าในประเทศพม่า ส่วนกองทุนพัฒนาไฟฟ้านั้นผู้ได้รับประโยชน์ควรจะเป็นประชาชนทั้งจังหวัด”

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ จับมือมหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง ศึกษาความสัมพันธ์ กฟผ.แม่เมาะ-ชุมชน ต่อเนื่อง 3 ปี
          เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2556 ณ ห้องประชุม137 อาคารบริหารโรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายสมยศ ธีระวงศ์สกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารงานด้านสื่อสารองค์การและชุมชนสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)  กับ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เพื่อศึกษาประเมินความสัมพันธ์ระหว่าง กฟผ.แม่เมาะ กับชุมชน ระหว่างปี   2556-2558 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์เล็ก แสงมีอานุภาพ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิพัฒน์ หมั่นการ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและกิจการพิเศษฯ พร้อมด้วยผู้อำนวยการและคณาจารย์จากสถาบันวิจัยและพัฒนาฯ ร่วมลงนาม โดยคณาจารย์และผู้วิจัยจะประเมินการดำเนินงานของ กฟผ.แม่เมาะ จากการเก็บแบบสอบถามและลงพื้นที่ชุมชน ว่าได้รับการยอมรับและความเข้าใจของชุมชนรอบข้างในมิติต่างๆอย่างไรบ้าง ซึ่ง กฟผ.แม่เมาะ  จะใช้ผลการศึกษา
แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ ร่วมยกช่อฟ้า ถวายผ้าป่าสามัคคี วัดจำปุย ต.บ้านดง

        เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2556 ณ วัดจำปุย ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นางสายลดา สิทธิวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ว่าที่ ร.ต. ณรงค์ศักดิ์ คุณูปถัมภ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ-สื่อสารองค์การและชุมชนสัมพันธ์ นางภัสสร ถาวรอธิวาสน์ หัวหน้าศูนย์จิตอาสาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)แม่เมาะ ร่วมทอดผ้าป่าสามัคคีถวายวัดจำปุย จำนวน 10,000 บาท พร้อมร่วมพิธียกช่อฟ้าอุโบสถซึ่งอยู่ระหว่างการบูรณะใหม่ โดยมีนางสาวพนิดา ทักษิณาพิมุข นายกสมาคมพัฒนาแม่เมาะ และสมาชิกชุมชนบ้านจำปุยจำนวนมากเข้าร่วมงาน

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ. แม่เมาะ และ อบต.สบป้าด ร่วม “โครงการรณรงค์ควบคุมและระงับโรคไข้เลือดออก”

      เมื่อวันที่  27 มิถุนายน 2556 ณ หมู่1 บ้านสบป้าด ต.สบป้าด อ. แม่เมาะ จ.ลำปาง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ โดยกองการแพทย์และอนามัยโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และผู้ปฏิบัติงานจิตอาสา กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกับผู้นำชุมชนตำบลสบป้าด  อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และสมาชิกในชุมชน ร่วมรณรงค์ใน“โครงการรณรงค์ควบคุมและระงับไข้เลือดออก” พร้อมทั้งฉีดพ่นสารเคมีเพื่อกำจัดยุงแบบปูพรมทั้งตำบล พร้อมแจกทรายอะเบท เททิ้งน้ำขังในภาชนะ และออกประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในหมู่บ้านมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก โดย กฟผ.แม่เมาะ ร่วมสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินงานจำนวน 20,000 บาท

      จากสถานการณ์ปัจจุบันโรคไข้เลือดออกใน อ.แม่เมาะ ที่กำลังระบาด พบผู้ป่วยสูงสุดเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดและพบว่า ต.สบป้าด มีผู้ป่วยแล้วทั้งสิ้น 37 ราย ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เพื่อป้องกันการระบาดเป็นวงกว้าง กฟผ. แม่เมาะ และ อบต.สบป้าด จึงดำเนินการรณรงค์และแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เพื่อควบคุมและป้องกันการระบาดของโรคไข้เลือดออกอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งหวังให้สมาชิกในชุมชนได้มีส่วนร่วมและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงในบริเวณที่พักอาศัยของตนเองอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งจะนำไปสู่ความปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออกและการมีสุขภาพที่ดีต่อไป

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  จากครูผู้สอนในตำรา สู่ปราชญ์ผู้สอนวิชา “สร้างสุข” บนวิถีแห่งความพอเพียง

      การเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตใหม่ ในช่วงวัยใกล้เกษียณ สู่วิถีการเกษตรที่ปลูกพืชผักผลไม้สมุนไพรเพื่อยังชีพและรักษาสุขภาพที่ดีให้แก่ตนเองนั้น อาจเป็นความฝันที่คนทำงานประจำหลายๆคนอยากทำ แต่ไม่ใช่ทุกๆคนที่จะลงมือทำจริงหรือทำจนสำเร็จ ขอนำเสนอเรื่องราวของนางรัศภัธ ยิ่งสุขสันติสุข หรือที่รู้จักกันในนาม “ครูเรณู” ผู้เลือกใช้วิถีการเกษตรบนพื้นฐานแห่งความพอเพียง สร้างชีวิตใหม่ที่มีทั้งความสุข อิสระ และสุขภาพที่ดี ให้เกิดขึ้นในครอบครัว พร้อมทั้งส่งต่อสิ่งดีๆเหล่านี้สู่ชุมชนรอบข้างและทุกๆคนที่ต้องการ ในบทบาทของปราชญ์ชุมชนผู้ก่อตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านห้วยรากไม้ และประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านห้วยรากไม้ ที่ได้รับรางวัลวิสากิจชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2556 เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และล่าสุดในเดือนพฤษภาคมได้รับการคัดเลือกเป็นศูนย์เรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริระดับอำเภอดีเด่น ของกรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย และผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นตัวแทนในระดับจังหวัดลำปาง เพื่อคัดเลือกเป็นศูนย์เรียนรู้ดีเด่น ระดับเขตและระดับภาคอีกด้วย

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง

       หลังเกษียณอายุก่อนกำหนดในอาชีพครูที่โรงเรียนบ้านหางฮุง ต.แม่เมาะ เมื่อปี 2547  ครูเรณู ตั้งใจใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสมถะ บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ที่บ้านห้วยรากไม้ ต.สบป้าด ต.แม่เมาะ จากผืนดินที่มีแต่ป่าสวนรกทึบ  ครูเรณูตัดสินใจเริ่มจากจุดเล็กๆ โดยเข้าร่วมดูงานตามโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)  แม่เมาะ ด้านการปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ที่จังหวัดสระแก้ว และได้เริ่มนำหน่อไม้ฝรั่งมาปลูกที่สวนเป็นประเภทแรก ต่อมาหลังจากมีโอกาสศึกษาดูงานในที่ต่างๆมากขึ้น จึงได้นำแนวพระราชดำริด้านเศรษฐกิจพอเพียง และการเกษตรทฤษฎีใหม่ เช่น การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มาใช้ในสวน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญ คือ การรวมกลุ่มกันเป็น วิสาหกิจเกษตรอินทรีย์บ้านห้วยรากไม้ ในปี 2548 ซึ่งเกิดจากการมองเห็นปัญหาร่วมกัน ในการทำเกษตรเชิงเดี่ยวของชุมชนในพื้นที่บ้านห้วยรากไม้ ที่ใช้สารเคมี ไม่ว่าจะเป็นยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี ที่สร้างมลพิษสะสมในร่างกายและแพร่กระจายทางอากาศ ซึ่งกลุ่มฯ  เริ่มต้นจากการทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมๆไปกับการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือ สร้างผลผลิตใหม่ๆและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สู่การเป็นศูนย์เรียนรู้

       จากเครือข่ายและชื่อเสียงที่เพิ่มขึ้น ทำให้ในปี 2550 พื้นที่การเกษตรของครูเรณู ได้รับเลือกจาก ส.ป.ก. จังหวัดลำปาง ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดินตำบลสบป้าด และในปีต่อมา ครูเรณูก็ได้รับเลือกจาก สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำปางให้เป็นปราชญ์ชาวบ้าน พร้อมๆกับตั้งให้เป็นศูนย์เกษตรอินทรีย์ครบวงจรจังหวัดลำปาง ที่เพียบพร้อมทั้งด้าน

        สถานที่ และที่พักโฮมสเตย์ที่สามารถรองรับคณะได้สูงสุดถึง 200 คน   การตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้นี้ทำให้มีโอกาสได้จัดฝึกอบรมทั้งในด้านทฤษฎีและปฏิบัติการ และเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จ.ลำปาง, กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร, ธ.ก.ส., สถานศึกษา และผู้สนใจจากทั่วประเทศ

 มีอะไรให้ศึกษา ในศูนย์เรียนรู้

        จากการแนะนำของผู้ศึกษาดูงานและการต่อยอดของศูนย์ ทำให้มีกิจกรรมการเรียนรู้ถึง 13 กิจกรรม ตัวอย่างกิจกรรมที่โดดเด่น เช่น ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยและน้ำชีวภาพEM, การปลูกผักสวนครัว ผักพื้นบ้าน พืชสมุนไพร,         การเพาะเห็ด รวมถึงมีการสอนการตลาดสีเขียว ที่หมายถึงกระบวนการผลิตที่ปลอดสารพิษ และคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนรอบข้างตลอดกระบวนการผลิต และการอนุรักษ์และขยายพันธุ์พืชป่า พืชพื้นบ้าน และสมุนไพร ที่กำลังจะสูญหายไปตามกระแสการเกษตรแบบพันธสัญญา ด้วยการตัดต่อพันธุกรรมของเมล็ดและทำลายพันธุ์พืชดั้งเดิมอีกด้วย สิ่งสำคัญที่สุดที่ครูเรณู มุ่งหวังให้ผู้ที่แวะเวียนเข้ามาศึกษาในศูนย์แห่งนี้ได้กลับไป คือ “แนวคิด” ที่จะนำไปเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของตนเอง ทำให้เขาเข้าใจว่า การเกษตรแบบนี้อาจไม่ทำให้ร่ำรวยในทันที แต่จะทำให้มีพออยู่พอกิน มีชีวิตและสุขภาพที่ดี มีอิสระในการดำเนินชีวิต และมีสิ่งที่เราเป็นเจ้าของ ซึ่งก็คือพืช ผัก ต้นไม้ ที่จะหล่อเลี้ยงชีวิตเราไปได้ตลอด โดยศูนย์จะเน้นการสาธิตและให้ลงมือปฏิบัติให้เห็นจริงพร้อมๆกับติดตามผล ซึ่งหนึ่งในความประทับใจที่ครูเรณูเล่าให้ฟัง คือบางคนแต่ก่อนเคยติดสุรา สุขภาพไม่ดี เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาเรียนรู้ ได้กลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ที่ อ.แม่ทะ จนปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรอินทรีย์ของตัวเองและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมาก และผลลัพธ์เหล่านี้นี่เองทำให้ทุกๆวันในการทำงานของครูเรณูมีความสุขที่ได้ให้สิ่งดีๆกับผู้อื่น

การดำเนินงานร่วมกับ กฟผ.แม่เมาะ

       กฟผ.แม่เมาะ เป็นหนึ่งในองค์กรภาครัฐที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์มาตลอด เช่น การสนับสนุนการจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกเมื่อปีที่ผ่านมา รวมถึงได้ร่วมงานกิจกรรมใหญ่ๆในพื้นที่ เช่น งานเดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติฯ เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ งาน CSR-Day ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มได้จัดจำหน่ายสินค้า และเผยแพร่ผลิตภัณฑ์สู่สายตาประชาชน ในด้านความร่วมมือ ตนมองว่า กฟผ.แม่เมาะ สามารถจัดกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกับศูนย์ฯ รวมถึงสามารถนำศักยภาพของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. เช่น แนวคิดการออกแบบ สถาปัตยกรรม วิศวกรรม มาเสนอแนะและร่วมพัฒนาศูนย์ฯได้ นอกจากนี้กลุ่มยังได้นำ แร่ลีโอนาร์ไดต์ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการทำเหมืองแร่ลิกไนต์เพื่อผลิตไฟฟ้า ของ กฟผ.แม่เมาะ มาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด หรือที่รู้จักกันว่าปุ๋ยฮิวมัสได้ ซึ่งปัจจุบันมีเอกชนจำนวนมากสนใจมารับซื้อแร่นี้จาก กฟผ.แม่เมาะ เพื่อนำไปทำปุ๋ยกระสอบกลับมาขายในราคาแพง  ซึ่งถ้าคนแม่เมาะมองเห็นถึงของดีใกล้ตัวนี้ ก็สามารถนำมาใช้เพื่อลดต้นทุนราคาปุ๋ย และสามารถสร้างรายได้จากการขายปุ๋ยดังกล่าวได้อีกด้วย

มองอนาคตของการทำวิสาหกิจชุมชน และเกษตรอินทรีย์ ของคนแม่เมาะอย่างไรบ้าง

     คนมักจะมองว่าการทำเกษตรไม่รวย เหนื่อย ไปทำงานรับจ้างรายได้ดีกว่าสบายกว่า แต่ตนมองว่าการทำงานรับจ้าง นอกจากเงินค่าจ้างแล้ว ไม่มีอะไรที่เติบโตขึ้นมาเป็นของตัวเองเลย ในขณะที่การทำเกษตร ต้นไม้ทุกต้นเป็นของเรา เป็นนายตัวเองได้ ซึ่งความสำเร็จไม่ได้มาจากปัจจัยด้านงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการขวนขวายหาความรู้ ฝึกปฏิบัติ และต้องอยู่เองให้ได้อย่างมีความสุข  ซึ่งแม่เมาะก็เป็นพื้นที่ที่  มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำเกษตร อีกทั้งยังมีแหล่งเรียนรู้และโอกาสในการศึกษาดูงานมากมาย สำหรับศูนย์เรียนรู้บ้านห้วยรากไม้ ยินดีเปิดรับผู้ที่สนใจ ไม่ว่าจะมาคนเดียวหรือมาเป็นกลุ่ม รวมถึงนักศึกษาที่อยากเข้ามาเรียนรู้ รวมถึงฝึกงานในวิชาเรียน ก็สามารถติดต่อครูเรณู ได้ที่โทร 081-8812063

 

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...