» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC)
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 2738, 0 5425 3862
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...
  กฟผ. ระดมเครื่องสูบน้ำ เร่งฟื้นฟูการจ่ายไฟให้นิคมอุตสาหกรรม ย้ำเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ รับมวลน้ำช่วยบรรเทาอุทกภัย

         กฟผ. ช่วยฟื้นฟูการจ่ายไฟฟ้าให้นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ และสหรัตนนคร พร้อมระดมเครื่องสูบน้ำกว่า 140 เครื่อง เร่งลดระดับน้ำ คาดไม่เกิน 30 วันจ่ายไฟได้ตามปกติ ขณะที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ปรับลดการระบายน้ำ ตามแผนระบายน้ำของคณะอนุกรรมการฯ กฟผ.  ซึ่งการเกิดน้ำท่วมที่ผ่านมาเขื่อนของ กฟผ.ช่วยเก็บน้ำปริมาณมากไว้ไม่ให้ไหลลงสู่ภาคกลาง

         นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์  ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากระดับน้ำเริ่มลดลง กฟผ. และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้เตรียมแผนฟื้นฟูการจ่ายไฟฟ้าให้กับนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดปทุมธานี  ได้แก่ นิคมฯบางปะอิน นิคมฯโรจนะ นิคมฯไฮเทค นิคมฯสหรัตนนคร นิคมฯบางกระดี นิคมฯนวนคร และนิคมฯแฟคเตอรี่ เตอรี่แลนด์  โดยในเบื้องต้นจะเริ่มแผนฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ สหรัตนนคร และไฮเทค ก่อนเป็นลำดับแรกก่อน โดยตั้งเป้าจะสูบน้ำในนิคมอุตสาหกรรม         สหรัตนนคร ให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน ส่วนนิคมอุตสาหกรรมโรจนะอาจต้องใช้เวลามากกว่า 30 วัน ทั้งนี้เมื่อนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งดังกล่าวเริ่มฟื้นคืนสภาพโดยลำดับแล้ว ในด้านการจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้แก่นิคมอุตสาหกรรมในเบื้องต้น กฟผ. จะประสานกับ กฟภ. เพื่อจัดหาพลังงานไฟฟ้าสำรองจากแหล่งอื่นมาทดแทนโรงไฟฟ้าโรจนะเพาเวอร์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ สำหรับการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมที่ประสบปัญหาน้ำท่วม เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนมากขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้เตรียมทีมคณะอนุกรรมการฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน  เพื่อเร่งดำเนินการวางแผนฟื้นฟู

         ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวถึงการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม –  3 พฤศจิกายน 2554 ว่า มีการปรับลดการระบายน้ำจากทั้งสองเขื่อนรวมกัน 48 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยเขื่อนภูมิพลระบายน้ำ 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และเขื่อนสิริกิติ์ระบายน้ำ 18 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน  คิดเป็นปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์เพียง 556 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็นร้อยละ 18.13 ของมวลน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ ประมาณ 3,065 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สำหรับปริมาณน้ำส่วนที่เหลือมาจากแม่น้ำยมและวัง รวมทั้งน้ำที่ค้างอยู่ตามทุ่งไหลลงมา ซึ่งมีปริมาณรวมถึงร้อยละ 81.86 ของน้ำที่ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ แล้วไหลสู่กรุงเทพฯ และปริมณฑลไปรวมกับมวลน้ำที่ยังค้างอยู่ ทำให้มวลน้ำที่หลากเข้าสู่กรุงเทพฯ ยังคงมีปริมาณมาก ทั้งนี้ กฟผ. ได้ปรับลดการระบายน้ำ ตามแผนของคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ที่ได้ติดตามสถานการณ์น้ำของลุ่มน้ำอย่างใกล้ชิด

         ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน – ตุลาคม 2554 ประเทศไทยประสบกับพายุหลายลูก ทำให้เกิดฝนตกหนักทางภาคเหนือและภาคกลางของประเทศ น้ำฝนจะไหลลงสู่ 4 ลุ่มน้ำ คือ ปิง วัง ยม น่าน  อันเป็นต้นน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่ง 2 ลุ่มน้ำดังกล่าว มีเขื่อนเก็บกักน้ำอยู่ 2 เขื่อน คือ เขื่อนภูมิพลบนลุ่มน้ำปิง และเขื่อนสิริกิติ์บนลุ่มน้ำน่าน แต่ลุ่มน้ำวังและยมไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่เก็บกัก ทำให้น้ำฝนจะไหลไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา  ซึ่งในช่วงเดือนสิงหาคม และกันยายน 2554 ที่ผ่านมา เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ได้เก็บกักน้ำไว้จำนวนมาก มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำทั้งสองเขื่อนมากถึง 10,940 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนทั้งสองได้เก็บกักน้ำไว้ถึง 6,025 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีการระบายน้ำออกเพียง 4,915 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ซึ่งหากปริมาณน้ำจำนวนนี้ไม่ได้ถูกเก็บกักไว้ในเขื่อนทั้งสองจะส่งผลกระทบต่อภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางมากขึ้น
แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  โรงไฟฟ้าแม่เมาะผลิตไฟฟ้าเต็มกำลัง พร้อมรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานจากเหตุอุทกภัยในประเทศ

โรงไฟฟ้าแม่เมาะเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเต็มที่ รองรับความเสี่ยงจากการสูญเสียกำลังการผลิตไฟฟ้า จากโรงไฟฟ้าในเขตพื้นที่อุทกภัย พร้อมตั้งเป้าความพร้อมจ่ายตลอดทั้งปีไม่ต่ำกว่า 91% เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

          จากเหตุอุทกภัย ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2554 เป็นต้นมา ส่งผลให้ปัจจุบันกำลังผลิตไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศลดลง เนื่องจากโรงไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ ได้แก่ โรงไฟฟ้าสูบกลับลำตะคองชลลภาวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา โรงไฟฟ้าเอ.ที ไบโอ พาวเวอร์ จังหวัดพิจิตร และโรงไฟฟ้าโรจนะ จังหวัดอยุธยา ไม่สามารถเดินเครื่องได้ สูญเสียกำลังผลิตกว่า 670 เมกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดอยุธยา และโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ  ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  ต้องจัดการและขอความร่วมมือในการเพิ่มกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าต่างๆที่ยังสามารถผลิตไฟฟ้าได้ เพื่อให้กำลังการผลิตสำรองมีเพียงพอต่อการใช้ในประเทศ โดยโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าหลักที่มีหน้าที่รองรับภารกิจครั้งนี้  ทำให้ปัจจุบันโรงไฟฟ้าแม่เมาะเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเต็มกำลังตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งเร่งการบำรุงรักษาตามวาระของโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 6 ให้เสร็จภายในกำหนด และเลื่อนการบำรุงรักษาตามวาระของโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 7 ออกไปจากกำหนดเดิมเริ่มวันที่ 29 ตุลาคม เป็นวันที่ 5 พฤศจิกายน 2554 เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ และรอให้สถานการณ์น้ำท่วมเข้าสู่สภาวะปกติ

          นายชณิกร เด่นแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ (อรม.) กล่าวว่า ปัจจุบันโรงไฟฟ้าแม่เมาะมีกำลังผลิตติดตั้งรวม 2,400 เมกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าสูงสุดต่อปีได้ประมาณ 20,000 ล้านหน่วย (ค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ทั้งประเทศในรอบปี 2553 เท่ากับ 134,792 ล้านหน่วย) ซึ่งนับเป็นโรงไฟฟ้าหลักของประเทศที่ต้องเดินเครื่องตลอดเวลา เพื่อรักษาความมั่นคงของพลังงานในประเทศและต้นทุนการผลิตไฟฟ้าให้มีราคาถูก โดยปัจจุบันฝ่ายบำรุงรักษาแม่เมาะรับมือกับสถานการณ์ด้านพลังงานในประเทศ โดยตั้งเป้ารักษาความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าแม่เมาะในช่วง 5 ปีข้างหน้า ไม่ให้ต่ำกว่า 91% (สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลังผลิต 91 วัน ใน 100 วัน คิดเป็น 18,000 ล้านหน่วยต่อปี) ผ่านการควบคุมตัวแปร 3 ประการ ได้แก่ การบำรุงรักษาตามวาระไม่ให้เกิน 5% การหยุดเดินเครื่องนอกแผนไม่ให้เกิน 3% และการลดกำลังการผลิตไม่ให้เกิน 1% โดยฝ่ายบำรุงรักษาฯได้วางแผนกลยุทธ์ 4 ข้อ เพื่อรักษากำลังการผลิตและการบำรุงรักษาให้เป็นไปตามเป้า ได้แก่

1. แผนการปรับปรุงความพร้อมจ่าย คือ การลดความสูญเสียจากอุปกรณ์ที่เป็นจุดอ่อน ได้แก่ หม้อน้ำ และเครื่องกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งมีปัญหาการสูญเสียรวมกันกว่า 50% ของความสูญเสียทั้งหมด

2. รักษาความมั่นคง เนื่องจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะมีอายุการใช้งานสูง และอุปกรณ์อะไหล่บางตัวหายาก หรือยกเลิกการผลิตไปแล้ว ซึ่งถ้ามีอุปกรณ์ใดเสี่ยงต่อการการสูญเสียการผลิต จะมีปรับปรุง โดยเปลี่ยนรุ่นอุปกรณ์ เปลี่ยนแบบ หรือหาอะไหล่ที่สามารถใช้ทดแทนกันได้มาซ่อมบำรุง

3. ปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยมีแผนเปลี่ยนกังหันไอน้ำ ของโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 12-13 เพื่อลดการใช้พลังงานในการผลิตให้น้อยลง แต่ได้กำลังไฟฟ้าเท่าเดิม

4. ควบคุมการบำรุงรักษาตามวาระ คือการควบคุมการบำรุงรักษาตามวาระให้สำเร็จตามแผน โดยมีคุณภาพควบคู่ไปกับความปลอดภัย  เพราะการหยุดผลิตไฟฟ้า 1 โรงไฟฟ้าใน 1 วัน จะทำให้สูญเสียกำลังการผลิตคิดเป็นมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท

ฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ถือเป็นหัวใจหลักในการรักษาความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า เพื่อให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะสามารถเป็นโรงไฟฟ้าหลัก จ่ายไฟฟ้าหล่อเลี้ยงประเทศได้เต็มกำลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวิกฤตการณ์อุทกภัยและสภาวะฉุกเฉินต่างๆที่เกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติเช่นครั้งนี้
แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฐินสามัคคี กฟผ.แม่เมาะ สมทบบูรณะวิหารไม้โบราณ

    

      เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2554  ณ วัดม่อนจำศีล ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง  นางสายลดา สิทธิวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ นำผู้ปฏิบัติงานร่วมถวายผ้าป่าในการทำบุญทอดผ้ากฐินสามัคคีสมทบทุนบูรณะบันไดนาคและวิหารไม้โบราณศิลปะพม่า อายุกว่า 100 ปี วัดม่อนจำศีล เพื่ออนุรักษ์ถาวรวัตถุอันเก่าแก่ไว้ในพระพุทธศาสนา โดย กฟผ.แม่เมาะถวายปัจจัยจำนวน 89,468 บาท ร่วมกับกฐินจากการเคหะแห่งชาติ มูลนิธิวทัญญู ณ ถลาง และชุมชนต่างๆใน ต.พระบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,740,748 บาท

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  ติวเข้มอาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยีฯ กฟผ.แม่เมาะ ด้านระบบผลิตและซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า

        คณะอาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ รับการอบรมหลักสูตรวิชาชีพเฉพาะทาง และดูงานระบบผลิตและซ่อมบำรุงรักษาของโรงไฟฟ้าแม่เมาะในช่วงการหยุดซ่อมบำรุงรักษาตามวาระประจำปี นำความรู้ประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ ต่อยอดพัฒนาการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น

        เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554  ณ ห้องเนตรปัญญา อาคารสมานฉันท์ธัชชวาล ศูนย์ฝึกอบรมแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ  นายสมยศ ธีระวงศ์สกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรแก่คณะอาจารย์วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ จำนวน 19 คน ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรวิชาชีพเฉพาะทาง 3 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาไฟฟ้ากำลัง สาขาวิชาเทคนิคอุตสาหกรรม และสาขาวิชาเครื่องกล ระหว่างวันที่ 9 กันยายน - 13 ตุลาคม 2554  โดยมี กองพัฒนาด้านเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหินและเหมือง ฝ่ายพัฒนาบุคลากร กฟผ. เป็นผู้จัดการอบรมหลักสูตรดังกล่าวแก่คณะอาจารย์ จากนั้นผู้เข้าอบรมได้เข้าศึกษาดูงานระบบการผลิตและการซ่อมบำรุงรักษาของโรงไฟฟ้าแม่เมาะในช่วงการหยุดซ่อมบำรุงรักษาตามวาระประจำปี เพื่อพัฒนาอาจารย์ผู้สอนของวิทยาลัยฯ ให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจ และมีประสบการณ์จากสถานที่ปฏิบัติงานจริง สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอนของวิทยาลัยฯ ตลอดจนสามารถนำไปวางแผนเพิ่มทักษะการฝึกประสบการณ์วิชาชีพร่วมกับครูฝึกของ กฟผ. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           นายสมยศ ธีระวงศ์สกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 กล่าวภายหลังการมอบประกาศนียบัตรว่า “นับว่าเป็นเริ่มต้นที่ดี เพราะยังอีกยาวไกลที่เราต้องช่วยกันสร้างวิทยาลัยฯ ให้กลายเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ มีนักเรียนที่มีคุณภาพดีเยี่ยม มีความมั่นคงทางด้านวิชาการ อำเภอแม่เมาะก็จะพัฒนาขึ้นอย่างยั่งยืน ประเทศชาติก็จะมีประชากรที่มีคุณภาพ สิ่งเหล่านี้ต้องร่วมมือกัน เหมือนมือซ้ายจับมือขวาจะเกิดความมั่นคง อยากให้นักศึกษาของวิทยาลัยฯ เป็นคนเก่ง คือมีทั้งความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรม”

          นายธำรงค์ แปงจิตต์ อาจารย์สอนเทคนิคพื้นฐานอุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ กล่าวว่า “จากการศึกษาดูงานได้รับความรู้อย่างมากจากผู้ปฏิบัติงานของ กฟผ. ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคเบื้องต้นในการซ่อมบำรุง ทั้งทฤษฎีและการทำงานในสถานที่จริง ได้เรียนรู้ลักษณะอุปกรณ์ต่างๆ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปบูรณาการจัดรูปแบบการสอนในวิชาเฉพาะทางได้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ ขอบคุณ กฟผ.ที่ให้โอกาสคณะอาจารย์ของวิทยาลัยฯ เชื่อว่าอาจารย์ทุกคนจะนำความรู้ไปต่อยอดพัฒนาการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น”

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  ชมรมจักรยานยนต์ กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกับ อสมท ลำปาง ระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

   

              เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2554 ณ ห้าแยกหอนาฬิกา บริเวณด้านหน้าอาคารสำนักงานเทศบาลนครลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง  นายสุรพล ต๊ะทอง  ประธานชมรมจักรยานยนต์ กฟผ.แม่เมาะ และสมาชิกชมรมฯ พร้อมด้วยนางสาวมติมนต์ คำมณี และนักจัดรายการสถานีวิทยุ อสมท ลำปาง  มอบเงินและเครื่องอุปโภคบริโภค ที่ได้รับการระดมทุนและได้รับการบริจาคผ่านทางชมรมจักรยานยนต์ กฟผ.แม่เมาะ และสถานีวิทยุ อสมท ลำปาง  จำนวน 20,000 บาท  และเครื่องอุปโภคบริโภค จำนวน 1 รถบรรทุก 6 ล้อ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง  โดยมี นายสุวรรณ กล่าวสุนทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นผู้รับมอบ ในงาน “ชาวลำปางรวมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม”  ซึ่งจัดโดยองค์กรเอกชนในจังหวัดลำปาง

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...