» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC)
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 2738, 0 5425 3862
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...
  หมูหลุม หนึ่งในโครงการพัฒนา คุณภาพชีวิตประชาชนอำเภอแม่เมาะ

โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอำเภอแม่เมาะดำเนินการโดยศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสานแม่เมาะ ในความรับผิดชอบของ PDA มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาอาชีพและเสริมรายได้ รวมทั้ง ให้ประชาชนใน อ.แม่เมาะ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นด้วย โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นประชาชน จาก 41 หมู่บ้าน ใน อ.แม่เมาะ ระยะเวลาในการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2547 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2556 รวมระยะเวลา 9 ปี ซึ่งคณะทำงานวิจัยและประเมินผลจะได้รวบรวมข้อมูล ความคิดเห็น และความต้องการของ ประชาชน โดยใช้เทคนิคบันไดคุณภาพชีวิต เทคนิคกระบวนการ AIC รวมทั้งการจัดสนทนากับกลุ่มตัวแทนต่างๆ เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลและความต้องการของประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน

หนึ่งในกิจกรรมที่ถูกบรรจุอยู่ในโครงการฯ นี้ได้แก่ การเลี้ยงหมูแบบชีวภาพ หรือ หมูหลุม ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้งบประมาณการดำเนินงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก บมจ.กฟผ. โดยนายณรงค์ สีตสุวรรณ ผธผ. และ นางสุรางค์ บุญตานนท์ ชผห. ก็ได้เคยเดินทางไปเยี่ยมชมกิจกรรมด้านการพัฒนาของศูนย์พัฒนาชนบทผสมผสาน แม่เมาะ ในพื้นที่ ต.สบป้าด มาแล้ว

การเลี้ยงหมูหลุม เป็นการนำทรัพยากรธรรมชาติหรือผลพลอยได้ทางการเกษตรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์เชื้อราขาวที่นำมาผสมในคอกเลี้ยง ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการเลี้ยงโดยการขุดหลุมแบบไม่ต้องเทพื้นปูนขนาดกว้าง 3 ม. ยาว 6 ม. ลึก 90 ซม. แบ่งเป็น 3 ชั้นๆ ละ 30 ซม. แต่ละชั้นโรยด้วยส่วนผสมของแกลบดิบ มูลวัว รำอ่อน แล้วราดด้วยหัวเชื้อจุลินทรีย์ จากนั้นก่ออิฐบล็อกให้รอบทั้ง 4 ด้าน สูงกว่าปากหลุม 30 ซม. ซึ่งการเลี้ยงหมูแบบนี้จะทำให้คอกที่เลี้ยงไม่มีกลิ่นเหม็น หมูไม่ส่งเสียงรบกวน มีไขมันน้อย และเนื้อหมูที่ได้จะแน่นกว่าการเลี้ยงหมูแบบธรรมดา

นายมนต์ชัย นันตาลิก จก-พช. กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้การทำงานมวลชนสัมพันธ์เกี่ยวกับการดูแลช่วยเหลือราษฎรยังไม่เป็นรูปธรรมเท่าที่ควร โครงการนี้ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้สามารถดูแลชาวบ้านได้ใกล้ชิดขึ้น โดยมีรูปแบบ ปรับเปลี่ยนไปบ้างในการสร้างอาชีพให้กับราษฎร นอกจากการเลี้ยงหมูหลุมแล้ว ก็ยังให้การช่วยเหลือทางด้าน การศึกษาของชาวบ้านในชุมชน ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม แต่ บมจ.กฟผ. แม่เมาะ จะเน้นเรื่องอาชีพเป็นหลัก”

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  ร่วมเป็นกำลังใจในการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งไทย งานกาชาดและฤดูหนาว ประจำปี 2548

ขอเชิญพี่น้องประชาชนร่วมเป็นกำลังใจการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งไทยในงานกาชาดและฤดูหนาว จังหวัดลำปาง ประจำปี 2548 ระหว่าง วันที่ 26 ธ.ค.48- 4 ม.ค. 49 นี้ ณ ร้านนิทรรศการ บมจ.กฟผ.

บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) แม่เมาะ ร่วมออกร้านนิทรรศการ บมจ.กฟผ. ในงานกาชาดและฤดูหนาว ประจำปี 2548 ณ เกาะลอย สวนสาธารณะ หนองกระทิง ในระหว่างวันที่ วันที่ 26 ธ.ค.48- 4 ม.ค. 49 โดยได้จัดการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งไทย ออกเป็น 4 รุ่นคือ 1.)ระดับประถมศึกษา 2.)ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3.)ระดับ ปวช.และมัธยมศึกษาตอนปลาย 4.)ระดับปวส.และอุดมศึกษา สำหรับรางวัลผู้ที่ชนะในแต่ละรุ่นมีดังนี้

รุ่น

รางวัล

รุ่น ประถมศึกษา

รุ่น มัธยมศึกษาตอนต้น

รุ่น มัธยมศึกษาตอนปลาย และ ระดับ ปวช.

รุ่น อุดมศึกษา และ ระดับ ปวส.

รางวัลที่ 1

2,500 บาท

3,000 บาท

รางวัลที่ 2

1,500 บาท

2,000 บาท

รางวัลที่ 3

1,000 บาท

1,500 บาท

โดยรอบคัดเลือก ทั้ง 4 รุ่นจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 ธ.ค.48 – 2 ม.ค. 49 และรอบชิงชนะเลิศ ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย ในวันที่ 3 ม.ค. 49 และ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และ ระดับอุดมศึกษา ในวันที่ 4 ม.ค. 49

สำหรับกิจกรรมอื่นๆภายในร้านนิทรรศการ บมจ.กฟผ. ยังคงมีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน อาทิเช่น นิทรรศการ โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน , การประหยัดพลังงาน , เทศกาลท่องเที่ยวแม่เมาะ, การจัดตู้ปลาสวยงามและการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงปลา, ชมรมดูนกและถ่ายภาพ นอกจากนี้ยังมีการสาธิต การเลี้ยงหมูหลุม ภายในร้านนิทรรศการ โดยจะมีการสาธิตขั้นตอน การเลี้ยงหมูหลุม โดยการใช้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มาช่วยในการย่อยสลาย มูลหมู

อนึ่ง สำหรับการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งไทยนั้น ทาง บมจ.กฟผ. แม่เมาะ ได้จัดส่งใบสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน ไปยังสถานศึกษาต่างๆ โดยให้นักเรียน,นักศึกษาที่สนใจ กรอกแบบฟอร์มแล้วส่งแฟกซ์มาที่ 054-255592.

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  บำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 12 เสร็จก่อนแผน “7 วัน” ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ 127 ล้านบาท!!

นายสมยศ ธีระวงศ์สกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 1 บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพัฒนางานบำรุงรักษาแม่เมาะ เปิดเผยว่า จากการที่โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้กำหนดแผนบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 12 ขนาดกำลังผลิต 300 เมกะวัตต์ ประจำปี 2548 ไว้ในระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2548 รวม 33 วันนั้น ปรากฏว่าในการปฏิบัติงานจริงสามารถลดระยะเวลาในการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12 ลงได้ถึง 7 วัน และพร้อมจะเดินเครื่องเข้าสู่ระบบในวันที่ 18 ธันวาคม2548 ซึ่งจะช่วยในการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 127 ล้านบาท

“ที่ผ่านมาแผนการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะในอดีตนั้น หลังจากโรงไฟฟ้ามีการเดินเครื่องจนครบทุก 18 เดือนแล้ว จะมีการหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงรักษาเล็กประจำปี(Minor Inspection) โดยใช้เวลาประมาณ 40 วัน และ จะมีการบำรุงรักษาใหญ่ประจำปี (Major Overhaul) สำหรับโรงไฟฟ้าที่ผ่านการเดินเครื่องครบ 6 ปี โดยใช้เวลาบำรุงรักษาประมาณ 70 วัน

หลังจากนั้นตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้มีการปรับแผนบำรุงรักษาใหม่ โดยใช้เวลาการบำรุงรักษาให้ลดน้อยลง โดยปรับให้เหลือเพียง 33 วัน สำหรับการบำรุงรักษาเล็กประจำปี และ 63 วัน สำหรับการบำรุงรักษาใหญ่ นอกจากนี้ตั้งแต่ปี 2548 ยังได้ปรับระยะเวลาเดินเครื่องโรงไฟฟ้าก่อนการบำรุงรักษาเล็กประจำปี จากเดิม 18 เดือน เป็น 24 เดือน ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถมีระยะเวลาการเดินเครื่องได้นานขึ้น ในขณะที่ใช้ระยะเวลาในการบำรุงรักษาลดลง ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงได้เป็นจำนวนมาก”

นายสมยศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12 ในปีนี้ ได้กำหนดระยะเวลาบำรุงรักษาไว้เบื้องต้น 33 วัน แต่ต่อมามีนโยบายจากผู้บริหารระดับสูงของ บมจ.กฟผ. ให้ปรับลดระยะเวลาการบำรุงรักษาลงให้เหลือ 28 วัน กระทั่งเมื่อมีการปฏิบัติงานจริงกลับสามารถลดระยะเวลาบำรุงรักษาลงได้อีก 2 วัน หรือใช้เวลาเพียง 26 วันเท่านั้นในการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 12 ขณะที่ประสิทธิภาพของงานไม่ได้ลดน้อยลงไปกว่าเดิม

โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถลดระยะเวลาการบำรุงรักษาลงได้ในครั้งนี้ มาจากหลายประการด้วยกัน เช่น การนำระบบ RCM (Reliability Centered Maintenance) เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์และดำเนินงาน ทำให้สามารถวิเคราะห์งานที่สาเหตุและจัดลำดับความสำคัญของงานได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้การทำงานบางประเภทเสร็จเร็วกว่าที่กำหนดหลายวัน นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเวลาการทำงานของผู้ปฏิบัติงานให้มากขึ้น รวมทั้งการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีการประชุมสรุปปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน ทำให้การดำเนินงานรุดหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามในปี 2549 ที่จะถึงนี้ คณะทำงานฯ เตรียมที่จะลดระยะเวลาบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะอีก 5 เครื่อง ที่ครบรอบระยะเวลาบำรุงรักษาลงให้ได้อีก โดยเครื่องที่ครบระยะเวลาบำรุงรักษา Minor Inspection ได้แก่ เครื่องที่ 4 ,5, และ 13 จะลดเวลาลงให้เหลือ 26 วัน จากแผนเดิมที่ตั้งไว้ 33 วัน และเครื่องที่ครบรอบระยะเวลาบำรุงรักษา Major Overhaul ได้แก่ เครื่องที่ 9 และ เครื่องที่ 10 จะลดเวลาลงให้เหลือ 57 วัน จากแผนเดิมที่ตั้งไว้ 64 วัน โดยคาดว่าหากสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายจะสามารถช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศในปี 2549 ได้ถึงประมาณ 490 ล้านบาท.

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  บมจ.กฟผ. แม่เมาะ และ CEI AUSTRALIA ร่วมลงนามซื้อขายเถ้าลิกไนต์

เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2548 นายเกียรติสาร เอกะพันธุ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่โรงไฟฟ้า 2 บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) ลงนามในสัญญา Lignite Ash Supply Agreement ร่วมกับ Mr. Ivan Salter ผู้อำนวยการบริษัท Clean Energy International (CEI) โดยมี Mr. William Peterson เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ บมจ.กฟผ. ได้แก่ นายณรงค์ สีตสุวรรณ ผู้จัดการใหญ่ธุรกิจผลิตไฟฟ้า นายไพบูลย์ เทพมงคล รองผู้จัดการใหญ่โรงไฟฟ้า นายสหาย รักเหย้า รองผู้จัดการใหญ่เชื้อเพลิง และนางสุรางค์ บุญตานนท์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่บริหารและการเงินธุรกิจผลิตไฟฟ้า ร่วมเป็นสักขีพยานณ สำนักงานใหญ่ บมจ.กฟผ. จังหวัดนนทบุรี

การลงนามร่วมกันในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากการที่ CEI และ บมจ.กฟผ. ได้เคยลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายแสดงความสนใจร่วมกันในการพัฒนาธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบจากเถ้าลิกไนต์ของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ หลังจากนั้น ทีมพัฒนาธุรกิจของทั้งสองฝ่ายได้เจรจาและตกลงที่จะร่วมมือทางธุรกิจของทั้งสองฝ่ายได้เจรจาและตกลงที่จะร่วมมือทางธุรกิจด้วยกัน ก้าวแรกคือการลงนามสัญญา Lignite Ash Supply Agreement ซึ่งเป็นสัญญาซื้อขายเถ้าลิกไนต์จากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งเป็นหลักประกันให้กับแผนการลงทุนของ CEI ว่า บมจ.กฟผ. จะต้องจัดส่งเถ้าลิกไนต์ (Lignite Ash ซึ่งได้แก่ Fly Ash และ Bottom Ash) ให้กับ CEI ตามแผนการผลิตวัสดุก่อสร้างมวลเบาประมาณ 90,000 ตันต่อปี เป็นเวลา 10 ปี และเจรจาต่อสัญญาคราวละ 5 ปี

เถ้าลิกไนต์นี้ประกอบด้วย เถ้าลอย หรือ Fly Ash ไม่เกิน 180,000 ตันต่อปี และ Bottom Ash ไม่จำกัดปริมาณในสัญญา Supply Agreement ที่ลงนามในวันนี้ จะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อ CEI ได้ดำเนินการออกแบบโรงงานผลิตฯ และเครื่องมือการผลิตได้ผ่านการทดสอบทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการทั้งหมดแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2549

นายเกียรติสาร เอกะพันธุ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่โรงไฟฟ้า 2 กล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของ บมจ.กฟผ. เพราะปกติแล้ว Bottom Ash จะมีค่าใช้จ่ายในการนำไปทิ้ง จะเห็นได้ว่าโครงการนี้นอกจากจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการนำไปทิ้งแล้ว บมจ.กฟผ. ยังมีรายได้กลับมา นับว่าเป็นประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง โดยสถานที่ก่อสร้างโรงงานอยู่บริเวณหมู่บ้านแม่จาง ไม่ไกลจากโรงไฟฟ้าฯ การลำเลียงก็จะใช้ระบบสายพานลำเลียง Bottom Ash จากโรงไฟฟ้าฯ ไปยังโรงงาน โดย บมจ.กฟผ. ไม่ต้องสร้างอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่ปรับปรุงสายพานภายในโรงไฟฟ้าฯ เท่านั้น CEI ก็จะสร้างสายพานมารับต่อในจุดที่ตกลงกันไว้ ส่วนการลำเลียงวัตถุดิบ CEI จะสร้างทางรถไฟเพื่อขนส่งทั้งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์

สัญญานี้จะนำรายได้เข้า บมจ.กฟผ. ประมาณ 25 ล้านบาทต่อปี สำหรับผลพลอยได้ที่จะตามมาคือการจ้างแรงงานของชุมชนในพื้นที่ ส่วนงานก่อสร้างคงต้องรอความพร้อมในหลายๆ ด้านซึ่ง CEI กำลังดำเนินการอยู่”.

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  บมจ.กฟผ. จัดสัมมนาสื่อมวลชนภาคเหนือ เสริมสร้างความเข้าใจด้านกิจการไฟฟ้า

ในวันที่ 20 ธันวาคม 2548 กลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้า และ กลุ่มธุรกิจระบบส่ง บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน) จะจัดการสัมมนาสื่อมวลชนภาคเหนือจำนวน 17 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำพูน แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี พิจิตร และ เพชรบูรณ์ จำนวนประมาณ 80-100 คน ณ โรงแรมแสนภู จังหวัดเชียงราย

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สื่อมวลชนได้รับความรู้ ความเข้าใจ และมีทัศนคติที่ดี ในเรื่องของความมั่นคง ระบบไฟฟ้าไทย สำหรับเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร ของ บมจ.กฟผ. ไปสู่สาธารณชน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่าง บมจ.กฟผ. กับสื่อมวลชน โดยเฉพาะสื่อมวลชนท้องถิ่นภาคเหนือ

ส่วนรูปแบบของการจัดสัมมนาครั้งนี้ จะมีทั้งการบรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทาง บริษัท กฟผ. จำกัด (มหาชน)” และการจัดเสวนา เรื่อง “ความมั่นคงของกิจการไฟฟ้าไทย” โดยมี นายไกรสีห์ กรรณสูต กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กฟผ. นายคำผุย จิราระรื่นศักดิ์ ผู้จัดการใหญ่ธุรกิจระบบส่ง และ นายณรงค์ สีตสุวรรณ ผู้จัดการใหญ่ธุรกิจ ผลิตไฟฟ้า เป็นผู้บรรยายและให้ข้อมูล นอกจากนี้จะมีการเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามในประเด็นต่างๆ ที่สนใจเพิ่มเติมอีกด้วย

สำหรับในส่วนของสื่อมวลชนท้องถิ่นจากจังหวัดลำปางที่จะเข้าร่วมในการสัมมนาครั้งนี้ ประกอบไปด้วย สำนักหนังสือพิมพ์ 8แห่ง ได้แก่ หนังสือพิมพ์คนเมืองเหนือ, หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์, หนังสือพิมพ์เอกราช, หนังสือพิมพ์แมงมุม, หนังสือพิมพ์สะกิดข่าว, หนังสือพิมพ์ประชาชน และ สถานีวิทยุกระจายเสียงอีก 6 แห่ง ได้แก่ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย, สถานีวิทยุ อ.ส.ม.ท. ลำปาง, สถานีวิทยุกองทัพบกภาค 3, สถานีวิทยุตำรวจภูธรภาค 5, สถานีวิทยุ 1 ป.ณ.ลำปาง, สถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการศึกษาแห่งประเทศไทย (ลำปาง ) นอกจากนี้ยังมี เขลางค์เคเบิ้ลทีวี และ ประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง เข้าร่วมการสัมมนาในครั้งนี้ด้วย.

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...