» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class : TQC) ประจำปี 2558 ได้สำเร็จต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 3862, 0 5425 2738
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...
  “เสมาคุณูปการ” เข็มเกียรติยศจากกระทรวงศึกษาธิการ รางวัลที่เป็นกำลังใจแก่โครงการพ่อ-แม่อุปถัมภ์

        จากความตั้งใจและทุ่มเทของเหล่าพ่อ-แม่อุปถัมภ์ ที่ตอนเริ่มแรกทำกันเพียงในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานสังกัดกองบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า2 ฝ่ายบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าแม่เมาะเท่านั้น ในชื่อโครงการพ่อ-แม่อุปถัมภ์ กบรม2-ฟ. แต่ปัจจุบันขยายผลไปทั่วทั้ง กฟผ.แม่เมาะ ทำให้ปัจจุบันนี้มีพ่อ-แม่อุปถัมภ์ ถึง 500 คนด้วยกัน ที่มอบโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนบ้านสบจาง ต.นาสัก อ.แม่เมาะ

        โดยเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2558 นับเป็นวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ  คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  จึงได้คัดเลือกองค์กร บุคคลที่ทำคุณประโยชน์ ในการสนับสนุนงานด้านการศึกษาให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 35 ได้คัดเลือกให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เป็นผู้ที่ทำประโยชน์ด้านการบริจาคเงินหรือทรัพย์สิน  ได้รับเข็ม “เสมาคุณูปการ” พร้อมเกียรติบัตรจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยในวันดังกล่าวนายอลงกรณ์ พุ่มรักธรรม ในฐานะที่ปรึกษาโครงการพ่อ-แม่อุปถัมภ์ เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เข้ารับเข็มเกียรติยศในวันดังกล่าว

         สำหรับ เข็ม “เสมาคุณูปการ” รางวัลอันทรงเกียรติที่ได้รับนี้ ได้มาด้วยเพราะความมุ่งมั่นและทุ่มเท ความตั้งใจจริงที่ต้องการมอบโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนสบจางวิทยา โดยได้สนับสนุนในด้านต่างๆแก่โรงเรียนสบจางวิทยา เช่นบริจาคเงินในการจ้างครูอัตราจ้างภาษาจีน, บริจาคเงินจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ประชาคมอาเซียน, บริจาคเงินในโครงการทุนการศึกษา พ่อ-แม่อุปถัมภ์ประจำปีการศึกษา 2557, บริจาคเงินในการก่อสร้างหลังคาโรงเรียน, บริจาคเงินโครงการชีววิถีเพื่อความยั่งยืน และบริจาคเงินจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์เพื่อปรับปรุงอาคารเรียน 

         นายอลงกรณ์ พุ่มรักธรรม วิศวกรระดับ 10 กองบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า2 ในฐานะที่ปรึกษาโครงการพ่อ-แม่อุปถัมภ์ฯ เล่าว่า “โครงการ พ่อ-แม่อุปถัมภ์ฯ เป็นโครงการที่ทำมาต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ในปี 2558 นี้นับว่าเป็นปีที่ 7 แล้วที่ได้มอบโอกาสทางการศึกษา โดยมอบทุนการศึกษา 3 ปีต่อเนื่อง ทุนการศึกษาดังกล่าวเป็นเงินที่ผู้ปฏิบัติงานโรงไฟฟ้าแม่เมาะในฐานะพ่อ-แม่อุปถัมภ์ ตั้งใจมอบให้แก่ลูกๆ ที่อยู่ในความอุปถัมภ์ เพื่อเป็นทุนทรัพย์จนสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งตลอด 7 ปีที่ผ่านมาได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วประมาณ 1,400,000 บาท และปัจจุบันนี้มีพ่อ-แม่อุปถัมภ์ถึง 500 คน ด้วยกัน นักเรียนบางคนที่จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนสบจางวิทยาไปแล้วและมีโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา พ่อ-แม่อุปถัมภ์หลายๆท่านก็ยังมอบทุนการศึกษาต่อให้อีกด้วย ซึ่งทุกคนมีความตั้งใจจริงที่จะหยิบยื่นโอกาสทางการศึกษาที่ดีให้กับเยาวชน เพื่อจะได้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดกลับมาพัฒนาอำเภอแม่เมาะ การได้รับรางวัลในครั้งนี้ ตนในฐานะตัวแทนพ่อ-แม่อุปถัมภ์ทุกคน เชื่อแน่ว่าทุกคนย่อมมีความภูมิใจกับรางวัลที่ได้รับ เพราะเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ทุกอย่างที่ทำไปทำด้วยความตั้งใจจริง ไม่หวังสิ่งตอบแทน ต้องขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียนสบจางวิทยาที่ได้เสนอชื่อและผลงานที่สนับสนุนทางด้านการศึกษาจนได้รับรางวัลในครั้งนี้ ก้าวต่อๆไปของโครงการพ่อ-แม่อุปถัมภ์ฯ และการสนับสนุนด้านการเรียนการสอนแก่โรงเรียนสบจาง คงต้องทำต่อไป พวกเราไม่ท้อที่จะทำ เพราะสิ่งที่ทำเป็นการต่อแสงสว่างทางการศึกษาและอนาคตให้แก่เด็กๆบ้านสบจาง”

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  แผ่นดินไหวขนาด 4.6 ริกเตอร์ ที่อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ไม่กระทบ เขื่อนรัชชประภา เขื่อนบางลาง และเขื่อนต่างๆ ของ กฟผ.

       เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2558 เวลา 04.18 น. (เวลาประเทศไทย) มีรายงานว่าได้เกิดเหตุแผ่นดินไหว บริเวณอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ขนาด 4.6 ริกเตอร์ โดยมีจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ที่ ละติจูด 7.85 องศาเหนือ ลองติจูด 98.54 องศาตะวันออก ความลึก 4 กิโลเมตร ระยะห่างจากเขื่อนรัชชประภา ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 127.02 กิโลเมตร และระยะห่างจากเขื่อนบางลางทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 356.01 กิโลเมตร

       ทั้งนี้ มีรายงานความรู้สึกสั่นไหวได้ในจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหาย โดยที่กลางสันเขื่อนรัชชประภา สามารถวัดอัตราเร่งของพื้นดินสูงสุดได้ 0.003 g (เขื่อนออกแบบให้รับแรงแผ่นดินไหว 0.1 g) ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของเขื่อนรัชชประภา และเขื่อนบางลาง จึงขอให้วางใจว่าเขื่อนต่างๆ ของ กฟผ. ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  46 ปี กฟผ. เดินหน้าสู่การเป็นองค์การชั้นนำในกิจการไฟฟ้าระดับโลก

        เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 46 ปี กฟผ. และกล่าวปราศรัยกับผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทั่วประเทศ ผ่านระบบเสียงตามสาย EGAT TV และ IP/TV โดยมี นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม กล่าวรายงาน ณ หอประชุมเกษม จาติกวณิช 2 อาคาร ต.040 สำนักงานกลาง กฟผ.

        นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 นี้ กฟผ. จะครบรอบ 46 ปี ถ้ามองย้อนกลับไป กฟผ. ได้สร้างผลงานต่างๆ ไว้มากมาย ซึ่งล้วนมาจากการทุ่มเทแรงกาย แรงใจของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. การก้าวสู่ปีที่ 47 ของ กฟผ. ต้องมีความแข็งแกร่งในการดำเนินงานทุกด้านเพื่อไปสู่ระดับโลก (Global Top Quartile Utility) ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระดับความสามารถด้านการผลิต และส่งพลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น การใช้ความเชี่ยวชาญด้านกิจการไฟฟ้าเพื่อสร้างการเติบโตในระดับภูมิภาค และ การแบ่งปันองค์ความรู้ และประสบการณ์ของ กฟผ. ออกสู่สังคม เพื่อสร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาความเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศ

        “ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. จะต้องมีความรู้ในภารกิจของ กฟผ. และสามารถสื่อสารสร้างความเข้าใจกับสังคมในเรื่องกิจการต่างๆ ของ กฟผ. ได้ เพื่อสร้างการยอมรับจากประชาชน เช่น การสื่อสารการสร้างสมดุลพลังงานของประเทศไทย การสื่อสารเรื่องโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ทุกคน ควรมีความเข้าใจในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของ กฟผ. มีสิ่งไหนที่บุคคลภายนอกไม่รู้ หรือสิ่งใดที่สร้างความกังวลให้กับสังคม ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ต้องเร่งทำความเข้าใจ และสื่อสารให้สังคม ชุมชน รับทราบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน รวมถึงเรื่องราวดีๆ ที่ กฟผ.ได้ดำเนินการ โดยเฉพาะ ด้านการรับผิดชอบต่อสังคมของ กฟผ. CSR in process และ CSR after process” ผู้ว่าการ กล่าว

        จากนั้นได้แถลงข่าวแก่สื่อมวลชน ณ หอประชุม กฟผ. 2 โดยผู้ว่าการ กฟผ. ได้กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินการตามเป้าหมายในเรื่องการพัฒนาโรงไฟฟ้าใหม่ มีความคืบหน้าตามลำดับ คือ สามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 4 - 7 กำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ โดยทำพิธีลงเสาเอกต้นแรกเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในปี 2561 โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าบางปะกง 1-2 กำลังผลิต 1,300 เมกะวัตต์ โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้ากระบี่ กำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ และโครงการท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ได้จัดรับฟังความคิดเห็นรายงานการประเมินผลกระทบผลกระทบ สิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณา

        โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ 1-5 กำลังผลิต 1,300 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์ เพื่อเสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าเทพา กำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ อยู่ระหว่างการเตรียมจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 3 (ค.3) เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นต่อร่างรายงานฉบับสมบูรณ์การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพรวมทั้งมาตรการป้องกันแก้ไขประมาณเดือนกรกฎาคม 2558

        นอกจากนี้ กฟผ. ได้มีการเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาระบบส่งเพื่อรองรับการเติบโตของโรงไฟฟ้าใหม่และพลังงานทดแทน และระบบส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid - APG) ซึ่งเป็นโครงการสำคัญรองรับการพัฒนาพลังงานร่วมกันของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะเกิดขึ้นในปลายปี 2558

       สำหรับการดำเนินงานในอนาคต กฟผ. เดินหน้าสู่เป้าหมายองค์กรระดับโลก (Global Top Quartile Utility) โดยมียุทธศาสตร์ 4 ด้าน คือ 1) การปรับปรุงความสามารถด้านการผลิตและส่งไฟฟ้า 2) การขยายงานด้านธุรกิจต่อเนื่องร่วมกับบริษัทในเครือ กฟผ. 3) การนำความรู้ความเชี่ยวชาญในกิจการไฟฟ้าเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคม 4) การพัฒนาศักยภาพบุคคลากร รุ่นใหม่ กฟผ. เพื่อสร้างผู้นำในอนาคต

       ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวต่อไปว่า กฟผ. นอกจากจะต้องจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของคนไทย ยังมุ่งเน้นการทำงานด้วยกระบวนการความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility: CSR) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดำเนินงานในกระบวนการผลิตที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และดำเนินการโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เป็นปีมหามงคล เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงได้จัดกิจกรรม 2 โครงการ  คือ 1) โครงการแว่นแก้วช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสเพิ่มอีก 60,000 คน ภายในปี 2558 2) โครงการปลูกป่า เฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษาฯ ทั่วประเทศ ประมาณ 16,500 ไร่ (ปี 2558 - 2560) นอกจากนี้ กฟผ. ยังมีโครงการสนับสนุนการกีฬา อาทิ ยกน้ำหนัก เปตอง และการแข่งขันเรือพาย เพื่อส่งเสริม พัฒนาศักยภาพและยกระดับนักกีฬาไทยสู่สากล

       ทั้งนี้ ในปี 2557 กฟผ. ได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย อาทิ รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2557 จาก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) 2 รางวัล คือ รางวัลรัฐวิสาหกิจแห่งความภาคภูมิใจ และรางวัลนวัตกรรมดีเด่น ประเภทชมเชยระดับองค์กร ส่วนเวที Thailand Energy Awards 2014 ได้รับรางวัลดีเด่นด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในประเภทองค์การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และรางวัลดีเด่นประเภทสื่อมวลชน จากเว็บไซต์ กฟผ. และเวที Asian Power Awards 2014 ได้รับรางวัล Silver ในสาขา Gas Power Project of the Year จากโรงไฟฟ้าจะนะชุดที่ 2ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ใช้เชื้อเพลิงน้อยในการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (One of the most ecofriendly power plant in Asia) รางวัลเหล่านี้สามารถการันตีการดำเนินงานของ กฟผ. ที่ตั้งใจดำเนินงานในการผลิตไฟฟ้าควบคู่ไปกับการดูแลชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี 

      “กฟผ. สะสมประสบการณ์ความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ และการบริหารจัดการ ตลอดจนพัฒนาประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้า และระบบส่งของ กฟผ. ควบคู่กับการดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อก้าวสู่ความเป็นองค์กรชั้นนำในกิจการไฟฟ้าระดับโลก ให้สมกับเป็นรัฐวิสาหกิจแห่งความภาคภูมิใจ และสร้างความสุขให้กับคนไทยอย่างยั่งยืน” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวในที่สุด

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ สนับสนุนงบดำเนินโครงการ จ.ลำปาง พร้อมช่วยเหลือภัยพิบัติ อ.งาว

        เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558  ณ ห้องประชุมอาลัมภางค์ ศาลากลางจังหวัดลำปาง จ.ลำปาง นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เป็นประธานในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ครั้งที่ 4//2558 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนใน จ.ลำปาง เข้าร่วม ในโอกาสนี้ นายวรพจน์ เที่ยงแท้ หัวหน้ากองชุมชนสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นผู้แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)แม่เมาะ มอบงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดลำปาง 2 รายการ ได้แก่ โครงการปลูกฝังคุณธรรม สำนึกรักสามัคคี และสร้างความปรองดอง จำนวน 200,000 บาท มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้รับมอบและ การดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่แบบบูรณาการ  ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ได้รับผลกระทบภัยพิบัติจากพายุฤดูร้อนในพื้นที่ อ.งาว จำนวน 200,000 บาท มีผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง และนายสมเกียรติ ตันตระกูล นายอำเภองาว เป็นผู้รับมอบ

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ. เปิดตัวกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองแรกของประเทศ

          เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2558 นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. พร้อมด้วย นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดการกองทุน  ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของ กฟผ. โดยมี ผู้บริหาร กฟผ. พร้อมด้วยสื่อมวลชนร่วมงาน ณ ห้องโถงนิทรรศการ ชั้น 1 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

        นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า เป็นที่ทราบดีว่า กฟผ. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีการเติบโตและขยายงานในโครงการพัฒนาระบบส่งและโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องที่ผ่านมา กฟผ. ใช้วิธีการกู้ การออกพันธบัตรเพื่อเป็นการหาทุนในการขยายงานของ กฟผ. แต่ด้วยข้อกำหนดในเรื่องนโยบายการเงินของภาครัฐที่ต้องรักษาสถานะหนี้สาธารณะของประเทศไม่ให้สูงเกินไป กระทรวงการคลังจึงมีนโยบายให้รัฐวิสาหกิจที่มีพร้อม สามารถที่จะทำกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการระดมเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

         สำหรับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของ กฟผ. หรือ EGATIF จะเป็นการลงทุนในสิทธิรายได้ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 1 มีระยะเวลากองทุน 20 ปี ขนาดของกองทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท EGATIF นี้ไม่ใช่การแปรรูป กฟผ. เพราะ กฟผ. ยังเป็นเจ้าของ และยังมีหน้าที่เดินเครื่อง ดูแลและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าพระนครเหนืออยู่เช่นเดิม กฟผ. เพียงแต่นำสิทธิรายได้ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 1 มาเป็นหลักประกันในการระดมทุนการจากประชาชน และ กฟผ. จะทยอยจ่ายเงินต้นพร้อมเงินปันผลคืน

       “สาเหตุที่เลือกโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 เพราะเป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใหม่ที่สุดของ กฟผ. ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุดของไทยและเป็นที่ยอมรับกันแพร่หลายทั่วโลก ประกอบกับทำเลที่ตั้งนั้นอยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้ฟ้าสูง จึงเป็นโรงไฟฟ้าสำคัญอันดับต้นๆ ที่ผลิตไฟฟ้าเข้าระบบส่ง ทำให้โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 ได้รับโอกาสผลิตไฟฟ้าเต็มความสามารถตลอดเวลา” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าว

         ด้านนายอาทิตย์ นันทวิทยา กล่าวว่า จุดเด่นของ EGATIF ที่นักลงทุนควรจะทราบคือ กฟผ. เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานเรื่องความสามารถในการดำเนินงานดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศอย่างดีและเป็นที่เชื่อถือได้ของประชาชน ขนาดของกองทุนจำนวน 20,000 ล้านบาท เป็นการคิดคำนวณแล้วจากสภาพคล่องและความเสี่ยงต่างๆ EGATIF เป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานในกิจการไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในขณะนี้ คาดว่าจะเป็นที่สนใจของนักลงทุนอย่างมาก

         ส่วนขั้นตอนการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน EGATIF นั้น ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นร่างหนังสือชี้ชวนให้แก่สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติ โดยหลังจากที่หนังสือชี้ชวนมีผลบังคับใช้ ก็จะสามารถเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมฯ ได้ประมาณปลายเดือนมิถุนายนนี้ รูปแบบการจัดสรรหน่วยลงทุนในส่วนที่จัดสรรให้แก่ผู้จองซื้อทั่วไปนั้นจะเป็นแบบ Small Lot First เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้จองซื้อทั่วไปทุกรายที่สนใจได้มีส่วนร่วมในการลงทุนเพื่อพัฒนาและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ โดยสามารถจองซื้อได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ

 

         นางชวินดา หาญรัตนกูล กล่าวว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน EGATIF มีโครงสร้างรายได้ที่ชัดเจนและมีรายได้สม่ำเสมอ ซึ่งสิทธิรายได้ค่าความพร้อมจ่ายที่ EGATIF จะได้รับนั้นขึ้นอยู่กับความพร้อมในการจ่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่ 1 เท่านั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้าจริงและความต้องการใช้ไฟฟ้าและไม่ขึ้นกับอัตราค่าไฟฟ้าแต่อย่างใด นอกจากนี้ กองทุนรวมฯ ยังได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมทั้งหมด 4 ประเภท  เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 ในกรณีที่โรงไฟฟ้าได้รับความเสียหายและมีผลกระทบต่อรายได้ค่าความพร้อมจ่าย อาทิ ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption Insurance) โดยหากโรงไฟฟ้าได้รับความเสียหายและไม่มีความพร้อมในการผลิตไฟฟ้า กฟผ. จะได้รับสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยและจะส่งมอบสินไหมทดแทนดังกล่าวให้แก่กองทุนฯ นอกจากนี้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน EGATIF มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิ โดยจะจ่ายเงินปันผลอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และเงินปันผลของกองทุนได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 10) เป็นระยะเวลา 10 ปี

 

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...