» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (TQC)
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 3862, 0 5425 2738
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...
  กฟผ.แม่เมาะ ร่วมส่งเสริมการใช้ปุ๋ยหมัก ลดการเผา ลดภาวะหมอกควัน

       เมื่อวันที่  13 กุมภาพันธ์ 2558 ณ บริเวณสำนักงานเกษตรอำเภอแม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ  จ.ลำปาง นายวีระเดช สมวรรณ ปลัดจังหวัดลำปาง เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุนการผลิต ปี 2558 จัดโดยเกษตรอำเภอแม่เมาะ เพื่อรณรงค์การใช้และทำปุ๋ยหมัก ลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ตลอดจนลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเพื่อลดภาวะหมอกควันในพื้นที่ ภายในงานมีการสาธิตการทำปุ๋ยหมักจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ผักตบชวา เปลือกข้าวโพด ซังข้าวโพด และมูลสัตว์ต่างๆ โดยหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดินลำปาง สำนักงานเกษตรจังหวัดลำปาง สำนักงานเกษตรอำเภอเสริมงาม และศูนย์ชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ร่วมจัดนิทรรศการให้ความรู้แก่ประชาชน โดยมีนายสมพร เจียระประวัติ เกษตรจังหวัดลำปาง นายสุทัศน์ สมคำ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายบริหารงานปกครองอำเภอแม่เมาะ นายทองดี หาญใจ เกษตรอำเภอแม่เมาะ นายสมชาย ติวะตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และเกษตรกรใน อ.แม่เมาะ เข้าร่วมงาน

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ เปิดบ้านต้อนรับนายอำเภอแม่เมาะคนใหม่

         เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2558 ณ อาคารปฏิบัติการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายจรัญ คำเงิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ–สื่อสารองค์การและชุมชนสัมพันธ์ พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ร่วมต้อนรับและมอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีแก่ นายไพบูลย์ โรจนะวิชานันท์ นายอำเภอแม่เมาะคนใหม่ที่ย้ายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา โดยนายอำเภอแม่เมาะได้เยี่ยมชมการปฏิบัติภารกิจหลัก และกระบวนการดูแลสิ่งแวดล้อมในศูนย์อำนวยการเดินเครื่องของโรงไฟฟ้าแม่เมาะหน่วยที่ 4–7 เพื่อศึกษาข้อมูลประกอบการบริหารพื้นที่ของ อ.แม่เมาะ

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ.ให้สัมภาษณ์สื่อฯลำปาง กฟผ.แม่เมาะ พร้อมปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดอย่างเคร่งครัด

        รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน จ.ลำปาง กรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาคดีเหมืองแม่เมาะนั้น กฟผ.แม่เมาะ พร้อมปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดอย่างเคร่งครัด โดยจะดำเนินการตามคำพิพากษาภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

        เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 ณ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายประภาส วิชากูล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการเพิ่มผลผลิต กฟผ.แม่เมาะ ครั้ง 15 ประจำปี 2558 โดยมีผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ., ส่วนราชการ, ชุมชน และสื่อมวลชน จ.ลำปางเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้สื่อมวลชนที่มาร่วมงานให้ความสนใจกรณีที่ศาลปกครองเชียงใหม่ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ อ.16-31/2553 หมายเลขแดงที่ อ.749-764/2557 ซึ่งเป็นคดีพิพาทระหว่าง               นางมะลิวรรณ นาควิโรจน์ กับพวก 318 คน ในฐานะผู้ฟ้องคดี ฟ้องหน่วยงานราชการที่มีหน้าที่ควบคุมดูแล กฟผ. ในการทำเหมืองแร่ และฟ้อง กฟผ.เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ซึ่งเป็นผู้ประทานบัตรการทำเหมืองแร่ถ่านหินในพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ละเลยมิได้ปฏิบัติตามวิธีการทำเหมืองแร่และเงื่อนไขท้ายประทานบัตร รวมทั้งเปลี่ยนแปลงวิธีการทำเหมืองแร่ แผนผังโครงการ และเงื่อนไขท้ายประทานบัตรหลายประการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ก่อให้เกิดมลพิษและทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับอันตรายต่อชีวิต สุขภาพอนามัย และทรัพย์สินเสียหายนั้น

       นายประภาส วิชากูล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง ได้ตอบประเด็นในเรื่องดังกล่าวแก่สื่อมวลชน จ.ลำปางว่า “ประเด็นหลักในคำพิพากษาของศาล เป็นเรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบของสิ่งแวดล้อมที่เป็นเป็นมาตรการเก่า และศาลสั่งให้ทำตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นมีอยู่ 4-5 ประการ ซึ่ง กฟผ. จะดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลทุกประการ ในกรณีที่ กฟผ. มีมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมใหม่ที่เสนอไป ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เห็นชอบแล้ว แต่ขณะนี้รอการเห็นชอบจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กฟผ. จะประสานงานไปยัง กพร. ให้สามารถดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขเพื่อป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้เร็วที่สุด แต่ระหว่างดำเนินการในส่วนนี้ก็ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลโดยเคร่งครัด”

        ส่วนเรื่องประเด็นของสนามกอล์ฟนั้น นายประภาส วิชากูล ได้กล่าวว่า “อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียดของ  คำพิพากษาของศาลที่ให้ กฟผ. ดำเนินการในลักษณะใด เพื่อให้ถูกต้องโดยไม่ไปละเมิดคำพิพากษาของศาล ในคำพิพากษานั้นให้ปลูกป่าทดแทนเฉพาะในส่วนที่ กฟผ. นำพื้นที่ที่ต้องฟื้นฟูขุมเหมืองไปทำเป็นสวนพฤษชาติและสนามกอล์ฟ ทั้งนี้ตามกฎหมายเหมืองแร่นั้น หากมีการทำเหมืองเสร็จแล้วต้องมีแผนการฟื้นฟูให้พื้นที่ดังกล่าวกลับมามีสภาพใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ในส่วนนี้ตามแผนฟื้นฟูสภาพเหมืองจะมีการใช้ที่ดินเป็น 3 ประเภท คือ 1.) ปลูกป่า 93% ต้องปลูกป่าคิดเป็นพื้นที่ประมาณ 39,000 ไร่ จากพื้นที่พื้นฟูทั้งหมดประมาณ 42,000 ไร่ 2.) แหล่งกักเก็บน้ำ 3% คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1,200 ไร่ 3.) พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ 4% คิดเป็นพื้นที่ประมาณ 1,600 ไร่ ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนที่อยู่โดยรอบ ซึ่งในส่วน 4% นี้ กฟผ.ได้ดำเนินการสร้างไปแล้ว 900 กว่าไร่ คือ สวนพฤษชาติ, พิพิธภัณฑ์ฯ, สนามกอล์ฟ และสวนเฉลิมพระเกียรติฯ”

        ทั้งนี้ กฟผ. จะดำเนินการภายใน 90 วัน และอยู่ระหว่างการปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินการในทุกด้านเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอย่างเคร่งครัด นายประภาสได้กล่าวทิ้งท้าย

          คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 ดังนี้

          ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นเป็นให้ กฟผ.ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดังนี้ 

          1)ให้ทำการติดตั้งม่านน้ำเพื่อเป็นการลดฝุ่นละอองในบรรยากาศ   มีความยาว 800 เมตร ระหว่างที่ทิ้งดินด้านทิศตะวันออกกับบ้านหัวฝาย และระหว่างที่ทิ้งดินด้านทิศตะวันตกกับหมู่บ้านทางทิศใต้        

           2) ให้จัดตั้งคณะทำงานระดับท้องถิ่นและผู้เชี่ยวชาญร่วมกันพิจารณาในการอพยพราษฎรที่ได้รับผลกระทบที่อาจนำไปสู่อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินและมีความประสงค์จะอพยพในการอพยพหมู่บ้านออกนอกรัศมีผลกระทบ5กิโลเมตร                     3) ให้ฟื้นฟูขุมเหมืองให้ใกล้เคียงกับสภาพเดิมตามธรรมชาติ   โดยการถมดินกลับในบ่อเหมืองให้มากที่สุดและให้ปลูกป่าทดแทน เฉพาะในส่วนที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 (กฟผ.) นำพื้นที่ที่ต้องฟื้นฟูขุมเหมืองไปทำเป็นสวนพฤกษชาติและสนามกอล์ฟ         

           4) ให้นำพืชที่ปลูกใน wetland ไปกำจัด และปลูกเสริมทุกๆ 18 เดือน และต้องทำการขุดลอกเพื่อเปลี่ยนทิศทางการไหลของน้ำใน wetland

          5) ให้ทำการขนส่งเปลือกดิน โดยใช้ระบบสายพานที่มีการติดตั้งระบบสเปรย์น้ำตามแนวสายพาน ให้วางแผนจุดปล่อยดิน โดยให้ตำแหน่งที่ปล่อยดินไม่อยู่ในตำแหน่งต้นลมที่พัดผ่านไปยังชุมชนที่อยู่โดยรอบ ให้กำหนดพื้นที่ Buffer Zone ระยะจุดปล่อยดินกับชุมชน ให้เป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 50 เมตร และควรจัดทำเป็น Bunker ให้จุดปล่อยดินอยู่ต่ำกว่าความสูงของ Bunker ในการปล่อยดินลงที่เก็บกองดินนั้นจะต้องกำหนดเป็นตารางที่แน่นอน  โดยใช้ฤดูเป็นเกณฑ์ในการตัดสินตำแหน่งที่จะต้องห่างจากชุมชนมากที่สุด  ส่วนกรณีมาตรการฯ รายงานการตรวจประเมินสิ่งแวดล้อม(Environmental Audit) นั้น ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 (กฟผ.) ได้จัดทำรายงานการตรวจประเมินสิ่งแวดล้อม (Environmental Audit) เสนอต่อ สผ.แล้ว จึงไม่จำต้องออกคำบังคับให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7(กฟผ.) ดำเนินการตามมาตรการข้อนี้ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (กพร.) ตรวจสอบกำกับดูแล  การประกอบกิจการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 (กฟผ.) ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการออกประทานบัตรและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการเหมืองลิกไนต์แม่เมาะของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 (กฟผ.) หากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 (กฟผ.) ไม่ปฏิบัติตาม  ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (กพร.) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 138 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 โดยเคร่งครัด ทั้งนี้ ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (กพร.) และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 7 (กฟผ.) ดำเนินการตามคำพิพากษา ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ศาล มีคำพิพากษานอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ หารือแนวทางพัฒนาอาชีพชุมชน ร่วมกับ มทร.ล้านนา

       เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2558 ณ ห้องมุ่งงานเลิศ อาคารประชาสัมพันธ์แม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายสมชาย ติวะตันสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นประธานในการประชุมร่วมคณะกรรมการดำเนินงานภายใต้บันทึกข้อตกลงทางการบริการวิชาการ ระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดลำปาง  กับ กฟผ.แม่เมาะ ครั้งที่ 1/2558  เพื่อหารือแนวทางการดำเนินงานด้านแผนพัฒนาอาชีพราษฎร อ.แม่เมาะ ซึ่งวาระการพิจารณาได้แก่การกำหนดเป้าหมาย แนวทาง และการดำเนินงานร่วมกัน รวมถึงโครงการบริการวิชาการในพื้นที่รอบ กฟผ.แม่เมาะ ที่จะดำเนินงานในปี 2558 นี้ โดยครั้งนี้ มีนางสาวมนตร์นรินทร์ เรืองจิตต์ เจ้าของธุรกิจเห็ดนางฟ้า เวียงหงส์ฟาร์ม นศ.ปริญญาโทของสถาบันฯ ร่วมให้แนวคิดที่น่าสนใจในการสนับสนุนอาชีพชุมชน โดยใช้กระบวนการจากความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงของวัตถุดิบ ในการก่อให้เกิดความยั่งยืน เช่น กลุ่มที่ปลูกข้าวไม่ต้องเผาฟางข้าวแต่นำมาส่งต่อให้กลุ่มเพาะเห็ด เมื่อได้เห็ดมาก็นำไปแปรรูปผลิตภัณฑ์โดยกลุ่มทำแหนม เป็น แหนมเห็ด หรือ ข้าวเกรียบเห็ด เป็นต้น

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ ร่วมพัฒนาระบบน้ำประปาภูเขาบ้านสบป้าด

       เมื่อวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2558 ณ พื้นที่ต้นน้ำห้วยบ้านเก่า ชุมชนสันป่าจ้วก บ้านสบป้าด  ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ  จ.ลำปาง นายนิกูล ศิลาสุวรรณ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า2 นายชณิกร เด่นแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ พร้อมด้วยกองจิตอาสา กองการผลิต2 โรงไฟฟ้าแม่เมาะ และผู้ปฏิบัติงานฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ ร่วมกับสมาชิกชุมชนและเยาวชนบ้านสบป้าด ปรับปรุงระบบน้ำประปาภูเขา เพื่อให้มีน้ำจ่ายไปยังพื้นที่ชุมชนสันป่าจ้วกตลอดจนถึงหมู่บ้านสบป้าด โดยการปรับปรุงระบบประปาฯดังกล่าว เกิดขึ้นจากระบบประปาภูเขาเดิมซึ่งชาวบ้านร่วมกันสร้างขึ้นมาด้วยท่อ PVC มีปัญหาชำรุดเนื่องจากถูกไฟป่าไหม้บ่อยครั้ง จึงได้ขอความช่วยเหลือจาก กฟผ. ในการปรับปรุงระบบ โดยติดตั้งประปาภูเขาด้วยท่อเหล็กความยาวกว่า 1 กิโลเมตร และทำฝายกั้นน้ำบนพื้นที่ต้นน้ำห้วยบ้านเก่าพร้อมระบบกรองน้ำ เพื่อลดปัญหาการอุดตันของท่อ ซึ่งการติดตั้งระบบดังกล่าว ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ผู้นำชุมชน ตลอดจนชาวบ้านและเยาวชนจาก ร.ร.สบป้าดวิทยา รวมกว่า 100 คน ได้ร่วมด้วยช่วยกันคนละไม้คนละมือนำท่อเหล็ก หิน ดิน และอุปกรณ์ก่อสร้างฝาย ขนขึ้นเขาคนละ 2-3 รอบไปยังแหล่งต้นน้ำห้วยบ้านเก่า และช่วยกันก่อสร้างจนแล้วเสร็จในวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...