» โรงไฟฟ้าแม่เมาะได้รับรางวัล การบริหารสู่ความเป็นเลิศ (Thailand Quality Class : TQC) ประจำปี 2558 ได้สำเร็จต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2
  » ข้อกำหนดการเข้าเยี่ยมชมงาน กฟผ.แม่เมาะ
การจัดทำเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ มีรายละเอียดดังนี้
  1. เรียน ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2
  2. ชื่อหน่วยงาน หรือชื่อสถาบันการศึกษา / สาขาวิชา
  3. กำหนดวัน เวลา (เช่น เวลา 09.00-12.00 น.,13.00-16.00 น.) และจำนวนคนขอเยี่ยมชมงานฯ
  4. วัตถุประสงค์ที่ขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  5. ลักษณะงานที่สนใจเข้าเยี่ยมชมงานฯ
  6. ชื่อ - นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์/โทรสาร/E-mail ของผู้ประสานงาน




 การส่งเอกสารขอเข้าเยี่ยมชมงานฯ   

  1. ส่งทาง E-mail
  2. ส่งทางโทรสาร (Fax.)0 5425 2731
  3. ส่งทางไปรษณีย์ ที่อยู่ 800 หมู่ที่6 ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง 52220
 สอบถามและประสานงานรายละเอียดล่วงหน้าก่อนได้ที่ 

แผนกประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้าแม่เมาะ
โทร. 0 5425 3862, 0 5425 2738
โทรสาร(Fax.) 0 5425 2731
E-Mail :
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...
  กฟผ.แม่เมาะ ร่วมพัฒนาทักษะนักจัดรายการวิทยุชุมชนอย่างมืออาชีพ

       เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2558 ณ ห้องประชุมอาคารศูนย์วิทยบริการ วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายเจริญ ศิริวงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาทักษะการจัดรายการวิทยุอย่างมืออาชีพ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ และสมาคมพัฒนาแม่เมาะ องค์กรพัฒนาเอกชนภายใต้การสนับสนุนงบประมาณของ กฟผ. จำนวน 35,000 บาท เพื่อให้นักจัดรายการวิทยุชุมชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ และ จ.ลำปาง ได้เรียนรู้ทฤษฎีและฝึกทักษะการจัดรายการที่ถูกต้องจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ อาทิ อ.บุญมา ศรีหมาด ผู้ประกาศข่าว สวท. กทม. กรมประชาสัมพันธ์ ในหัวข้อ การออกเสียงภาษาไทยให้ถูกต้อง และ อ.วิเชียร บุญทา นักจัดรายการวิทยุ อสมท. ลำปาง แนะนำเทคนิคการจัดรายการให้โดนใจผู้ฟัง เป็นต้น

          ในโอกาสนี้นักจัดรายการจาก กฟผ.แม่เมาะ จำนวน 4 คน ได้เข้าร่วมการอบรมเพื่อพัฒนาทักษะการจัดรายการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยผู้ฟังสามารถติดตามรายการ กฟผ. ชุมชน คนบ้านเดียวกัน ได้ทางคลื่น FM 99.50 MHz สถานีวิทยุเพื่อการศึกษาและพัฒนาอาชีพ R Radio Network ทุกวันจันทร์ และ วันพฤหัสบดี เวลา 10.00 – 12.00 น. และช่วงจิตอาสา เวลา 15.00 – 17.00 น. สำหรับคลื่น FM 90.50 MHz สถานีวิทยุคนแม่เมาะ ทุกวันศุกร์ เวลา 13.00 – 15.00 น.

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ.แม่เมาะ ชนะเลิศ 4 รางวัล Thailand Coal Awards 2015 พร้อมยกระดับมาตรฐานความเป็นเลิศด้านกิจการถ่านหินของไทย

        การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยแม่เมาะ ได้รับรางวัลชนะเลิศ 4 รางวัล จากการประกวด Thailand Coal Awards 2015 ในประเภทเหมืองถ่านหิน โรงไฟฟ้าถ่านหิน ความรับผิดชอบต่อสังคม และพลังงานสร้างสรรค์ พร้อมเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการยกระดับมาตรฐานกิจการถ่านหินให้สูงขึ้น เป็นต้นแบบที่ดีให้ผู้ประกอบการรายอื่น และส่งผลต่อการพัฒนาความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

        เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2558 นายประภาส วิชากูล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ เป็นผู้แทน กฟผ.เข้ารับรางวัลชนะเลิศการประกวดและคัดเลือกองค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านต่างๆ ของกิจการถ่านหินของไทย หรือ Thailand Coal Awards 2015 โดยมี นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในการมอบรางวัล พร้อมด้วย นายคุรุจิต นาครทรรพ ปลัดกระทรวงพลังงาน นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ข้าราชการกระทรวงพลังงาน ผู้แทนองค์กรและบริษัทที่ได้รับรางวัลร่วมในพิธี ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ

        ผลการประกวดในครั้งนี้ กฟผ. แม่เมาะ ได้รับรางวัลชนะเลิศ จำนวน 4 รางวัล จากรางวัลทั้งหมดที่มอบให้ในปีนี้ 8 รางวัล โดยเหมืองแม่เมาะ ได้รับรางวัลชนะเลิศ Best Practice ด้าน Surface Coal Mining ในหัวข้อ       Mae Moh Lignite Mine ในกิจการการทำเหมืองการเปิดหน้าเหมือง และการขนส่งถ่านหิน และรางวัลชนะเลิศ Special Submission (พลังงานสร้างสรรค์) ในหัวข้อ ระบบสูบน้ำแบบอนุกรมต่างระดับแบบอัตโนมัติ (Automatic 3-stage Differential Elevation Series-Flow System) ส่วนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้รับรางวัลชนะเลิศ Best Practice ด้าน Power Generation ในหัวข้อ โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินสะอาด โรงไฟฟ้าแม่เมาะ Unit 12 (Eco-Efficient Electricity of the Mae Moh Lignite-Fired Power Generating Unit 12) และรางวัลชนะเลิศ ด้าน Corporate Social Responsibility ในหัวข้อ โรงไฟฟ้าแม่เมาะกับความเป็นกัลยาณมิตรสู่ชุมชน (Mae Moh Power Plant’s CSR : The Best Neighborhood of Mae Moh Community)

       นางพวงทิพย์ ศิลปศาสตร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในฐานะประธานคณะกรรมการถ่านหินอาเซียน กล่าวว่า ผู้ชนะเลิศจากการประกวด Thailand Coal Awards 2015 ครั้งนี้ คณะกรรมการ AFOC ฝ่ายไทย (ASEAN Forum on Coal National Committee of Thailand) ซึ่งแต่งตั้งโดยกระทรวงพลังงาน เมื่อปี 2555 ได้คัดเลือกองค์กรที่ชนะเลิศด้านต่างๆ ส่งไปประกวด ASEAN Coal Awards 2015 โดยองค์กรที่เป็นผู้แทนจากประเทศไทยได้รับรางวัล 6 รางวัล จากทั้งหมด 7 รางวัล ซึ่งจะต้องรอการรับรองผลอย่างเป็นทางการในการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน ASEAN Ministers on Energy Meeting (AMEM) ในเดือนตุลาคม 2558 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

       อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวต่อไปว่า ความสำเร็จในการประกวดในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับถ่านหินให้สูงขึ้น โดยหน่วยงานที่ชนะเลิศประเภทต่างๆ จะเป็นต้นแบบของการประกอบกิจการที่ดีสำหรับผู้ประกอบการรายอื่นๆ เพื่อนำไปปรับใช้อันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านความมั่นคงด้านพลังงานต่อไป

        การจัดการประกวด Thailand Coal Awards 2015 จัดขึ้นเป็นประจำทุก 2 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดำเนินการที่ดีในกิจการที่เกี่ยวข้องกับถ่านหินให้ได้มาตรฐานสากล ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสังคมอย่างเป็นปกติสุข และสร้างความเจริญทางสังคมและเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  กฟผ. ชี้แจงข้อวิตกกังวล สายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. ไม่ได้เป็นต้นเหตุให้เกิดฟ้าผ่า

        กฟผ. แจงฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ไม่ได้มีสาเหตุจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. แต่อย่างใด สำหรับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. มีประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยควบคุมอยู่ และ กฟผ.มีการออกแบบตามมาตรฐานสากลและตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

        นายสุธน บุญประสงค์ รองผู้ว่าการระบบส่ง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ได้ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆ ในช่วงระหว่างวันที่ 22 -23 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับความวิตกกังวล ว่าสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเป็นต้นเหตุให้เกิดฟ้าผ่าจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในพื้นที่ จ.น่าน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องว่าฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและบางครั้งได้สร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์สินดังที่ตกเป็นข่าว การเกิดฟ้าผ่าคือการถ่ายเทประจุไฟฟ้าระหว่างก้อนเมฆฝนฟ้าคะนองกับพื้นดิน เมื่อมีต้นไม้สูง คน สัตว์ สิ่งของ หรือสิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่ในพื้นที่โล่งก็จะเป็นสื่อให้ประจุไฟฟ้าวิ่งผ่านเข้าไปยังจุดนั้น แทนที่จะวิ่งลงพื้นดินโดยตรง

       สำหรับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดแรงดัน 500 กิโลโวลต์ นั้น กฟผ. ได้นำเข้ามาใช้งานตั้งแต่ปี 2532 ปัจจุบันมีความยาวสายส่งทั่วประเทศทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดรวมระยะทาง 2,016 กิโลเมตร ไม่ได้มีปัญหาและเป็นสาเหตุทำให้เกิดฟ้าผ่าแต่อย่างใด ในการเดินสายส่งไฟฟ้าแรงสูง กฟผ. ได้ประกาศกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยตลอดแนวสายส่งไฟฟ้า โดยมีการออกแบบตามมาตรฐานความปลอดภัยไฟฟ้าในระดับสากลไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่พักอาศัย

         สำหรับความเข้าใจที่ว่า มีการติดตั้งสายล่อฟ้าไว้บนหลังคาบ้าน หลังคาห้องน้ำที่อยู่นอกตัวบ้าน รวมไปถึงแนวรั้วบ้านของผู้ที่พักอาศัยในพื้นที่สายส่งพาดนั้น ขอเรียนว่าไม่มีการติดตั้งสายล่อฟ้าแต่อย่างใด ส่วนที่เห็นติดตั้งนั้นเป็นสายดินที่ กฟผ. ติดตั้งตามมาตรฐาน ความปลอดภัย เช่นเดียวกับการต่อสายดินกับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน มิใช่สายล่อฟ้าแต่อย่างใด

         นายสุธน ชี้แจงต่อไปว่าตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่นำระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 500 กิโลโวลต์ เข้าใช้งาน กฟผ. ได้มีการตรวจวัดและติดตามข้อมูลสถิติการเกิดฟ้าผ่าทั่วประเทศ พบว่าปริมาณการเกิดฟ้าผ่า ไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับการเพิ่มของจำนวนสายส่งไฟฟ้าแรงสูงแต่อย่างใด และเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ กฟผ. จึงได้มีโครงการเดินสายส่งไฟฟ้าแรงสูง ขนาดแรงดัน 500 กิโลโวลต์ เพื่อรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสาลิกไนต์ สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศไทย โดยผ่าน 3 อำเภอของจังหวัดน่าน คือ อำเภอสองแคว อำเภอท่าวังผา และอำเภอเมืองมีระยะทาง 101 กิโลเมตร ถึงสถานีไฟฟ้าแรงสูงน่าน ซึ่งทำให้จังหวัดน่านและประเทศไทยมีความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น  และจากสถานีไฟฟ้าแรงสูงน่านยังมีสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาดแรงดันเดียวกัน ส่งไปยังสถานีไฟฟ้าแรงสูงแม่เมาะ3 อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีระยะทาง 147 กิโลเมตร โดยนำเข้าระบบจ่ายไฟครั้งแรก เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2558 และมีการจ่ายกระแสไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสาลิกไนต์เข้าสู่ระบบในเชิงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558

         “ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า สายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. ได้ดำเนินการก่อสร้างตามข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัย ตามหลักวิชาการ และมิได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่าเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด กฟผ. ขอขอบคุณประชาชนและสื่อมวลชน ที่ให้โอกาสได้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลที่ถูกต้อง เกี่ยวกับสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. อย่างไรก็ตามในขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ขอให้ประชาชนโปรดระมัดระวัง ไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง ไม่อยู่ใต้ต้นไม้โดยเฉพาะต้นไม้ใหญ่ ไม่อยู่ในสระน้ำ ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกฟ้าผ่า” นายสุธน กล่าวย้ำในตอนท้าย

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  นายอำเภอแม่เมาะ ร่วมโครงการให้ความรู้คุณค่าไฟฟ้าไทยของ กฟผ.แม่เมาะ

         เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2558 ณ องค์การบริหารส่วนตำบลสบป้าด อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายชณิกร เด่นแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม่เมาะ เป็นประธานเปิดโครงการให้ความรู้คุณค่าไฟฟ้าไทย รุ่นที่ 3 ที่จัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ อ.แม่เมาะ มีความรู้ความเข้าใจด้านพลังงานไฟฟ้า จากจุดกำเนิดไฟฟ้า แหล่งพลังงาน และระบบของโรงไฟฟ้า โดยมีผู้ปฏิบัติงาน กฟผ.แม่เมาะ ร่วมเป็นวิทยากรและพี่เลี้ยงให้ความรู้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย และมัธยมศึกษาตอนต้น จาก ร.ร.สบป้าดวิทยา และ ร.ร.สบเมาะวิทยา จำนวน 121 คน โดยมีนายไพบูลย์ โรจนะวิชานนท์ นายอำเภอแม่เมาะ นายสุขเกษม สุริยา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสบป้าด พร้อมด้วยคณะครู ร่วมกิจกรรม

         นายอำเภอแม่เมาะได้กล่าวถึงความสำคัญของการเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องพลังงานที่เยาวชนใน อ.แม่เมาะ   ควรจะมีความรู้ เพื่อเป็นกระบอกเสียงในการถ่ายทอดข้อมูลให้กับบุคคลภายนอกได้อย่างถูกต้อง พร้อมกันนี้  นายชณิกร เด่นแก้ว ผู้อำนวยการฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ กฟผ.แม่เมาะ ยังได้มอบทุนการศึกษาให้แก่   ด.ช.ทศพร บุญมาเทพ นักเรียนระดับชั้น ม.2 ร.ร.สบป้าดวิทยา ที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในการแข่งขันประกวดสุนทรพจน์ งานวันสิ่งแวดล้อม กฟผ.ประจำปี 2558 ในหัวข้อ "สิ่งแวดล้อมวันนี้ เพื่อวันหน้า" เมื่อวันที่ 4 - 5 มิถุนายน 2558 ณ สำนักงานกลาง กฟผ.

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
  เปิดโครงการดักแด้ความรู้ เตรียมนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีฯ กฟผ.แม่เมาะ รุ่น 4 โบยบินในโลกกว้าง

        เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2558 ณ ห้องแม่ขาม ศูนย์ฝึกอบรมแม่เมาะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) แม่เมาะ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นายชัยพร ไพฑูรย์ วิศวกรระดับ 11 ฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ พร้อมด้วยคณะวิทยากร กฟผ.แม่เมาะ ร่วมกับนายเจริญ ศิริวงศ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ. แม่เมาะ และคณาจารย์ เปิดโครงการดักแด้ความรู้ เพื่ออบรมให้ความรู้ แก่นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขางานเดินเครื่องไฟฟ้า และสาขาบำรุงรักษาเครื่องกลฯ จำนวนทั้งสิ้น 38 คน ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน – 2 ตุลาคม 2558 โดยมีผู้ปฏิบัติงานจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะเป็นวิทยากร

        สำหรับโครงการในปีนี้มีการจัดอบรมด้านทฤษฎี เป็นระยะเวลา 12 วัน เรื่องความรู้ทั่วไปในโรงไฟฟ้าการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ระบบลำเลียงถ่านหิน ระบบจัดหาน้ำ ระบบหม้อไอน้ำ ระบบกังหันไอน้ำ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า เครื่องดักจับฝุ่นไฟฟ้าสถิตย์ ระบบปฏิบัติการกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ การทำงานสายพานลำเลียงถ่านและขี้เถ้า รวมถึงความปลอดภัยอาชีวอนามัยในโรงไฟฟ้า หลังจากนั้นจะเป็นการฝึกปฏิบัติงานจริงในหน่วยงานด้านการผลิตและบำรุงรักษาของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ

       นายชัยพร ไพฑูรย์ วิศวกรระดับ 11 ฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ประธานโครงการฯ กล่าวว่า “โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ให้ กฟผ.มีส่วนร่วมกับชุมชน โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา จากที่ กฟผ.แม่เมาะ ได้มอบงบประมาณจำนวน 373 ล้านบาท ก่อสร้างวิทยาลัยฯ โดยบรรจุหลักสูตรเพิ่มเติมเฉพาะทาง 3 สาขา ได้แก่ เทคโนโลยีการผลิตกระแสไฟฟ้า เดินเครื่องโรงไฟฟ้า และบำรุงรักษาเครื่องกล ซึ่งมีที่วิทยาลัยฯ แห่งนี้แห่งเดียวในประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือในการร่างหลักสูตรร่วมกับผู้ปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมของ กฟผ.แม่เมาะ ตลอดจนนำครูผู้สอนวิชาดังกล่าวมาศึกษาการปฏิบัติงานจริงในโรงไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 60 ชั่วโมง หลักสูตรนี้จึงได้มองไปถึงการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้เป็นที่ต้องการของโรงไฟฟ้าในภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย”

        นายบันเทิง จิตหมั่น วิศวกรระดับ 10 ฝ่ายการผลิตโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เลขานุการคณะทำงานโครงการฯ กล่าวว่า “ที่มาของชื่อโครงการดักแด้ความรู้ พวกเรานิยามให้น้องนักศึกษาที่เรียนในวิทยาลัยเทคโนโลยีการจัดการ กฟผ. แม่เมาะ เป็นเสมือนตัวหนอนดักแด้ ที่ต้องฟูมฟักสะสมความรู้ รอวันที่จบการศึกษาเป็นผีเสื้อบินไปสู่โลกกว้างของการทำงานจริง และวันนี้โครงการฯของเรา ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผีเสื้อเหล่านั้นสามารถโบยบินได้อย่างแข็งแกร่ง เราได้รับข่าวดีจากทางวิทยาลัยฯว่ามีนักศึกษาที่เคยมาฝึกวิชาชีพ รุ่นที่ 2 กับเรา ได้เข้าทำงานในบริษัทวิศวกรรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องที่น่ายินดี ทีมผู้ฝึกสอนทุกคนภาคภูมิใจมาก ผมเชื่อว่าถ้าเราให้ความรู้ เรามีการจัดการที่ดี น้องออกไปทำงานได้ดี บริษัทเห็นว่าผ่านการฝึกงานจาก กฟผ. ซึ่งเป็นเครื่องการันตีได้ว่าเด็กเหล่านี้มีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้โรงงานดี จังหวัดดี ประเทศดี”

        นายณัฐวีณ์ ไชยศิริวรการ นักศึกษาชั้น ปวส. สาขางานเดินเครื่องผลิตไฟฟ้า ผู้เข้าอบรมในโครงการดักแด้ประจำปี 2558 กล่าวว่า“โครงการนี้ช่วยให้พวกเราได้เรียนรู้ระบบต่างๆ ในโรงไฟฟ้าอย่างละเอียด มากกว่าที่เรียนพื้นฐานในห้องเรียน ได้ประสบการณ์และทักษะการทำงาน ในอนาคตหากไปสมัครเข้าทำงานเราก็จะได้เปรียบกว่าคนอื่นๆ เพราะเราได้รับการฝึกปฏิบัติจากผู้ชำนาญงานในระบบโรงไฟฟ้า ทำให้พร้อมแก่การทำงานจริงได้ทันที”

แหล่งข่าว : แผนกประชาสัมพันธ์
อ่านข่าว ::      ...หน้าที่แล้ว    หน้าต่อไป...