เปลี่ยนวันนี้เพื่ออนาคต กฟผ.

เมื่อโลกเปลี่ยนไป กฟผ. เองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง

ประเทศไทยยุค 4.0 คงเป็นคำที่ผู้อ่านได้ยินบ่อยครั้งขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของนวัตกรรมแบบนาทีต่อนาที ทำให้ระบบเศรษฐกิจของโลก เปลี่ยนผ่านจากในอดีตที่เคยขับเคลื่อนด้วยเกษตรกรรม สู่อุตสาหกรรมเบา และอุตสาหกรรมหนักและโรงงานขนาดใหญ่ (ยุค 3.0)  เข้ามาสู่ยุค 4.0 ที่เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เช่นเดียวกันกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ถ้าย้อนกลับไปในยุค 3.0 การดำเนินงานของ กฟผ. คงจัดอยู่ในกลุ่มชั้นนำของอุตสาหกรรมหนักด้านพลังงาน แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป กฟผ. เองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างเช่นกันimage077

ปัจจุบันกำลังผลิตในระบบไฟฟ้าของ กฟผ. อยู่ที่ประมาณ 38 %  ในขณะที่กำลังการผลิตจากแหล่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นกำลังผลิตภายในประเทศ ได้แก่ ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก และกำลังผลิตนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน มีรวมกันถึง 61 % ซึ่งยังไม่รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองจากโซลาร์รูฟท็อปที่ยังไม่เข้าในระบบอีกจำนวนไม่น้อย ในขณะที่ผู้ผลิตไฟฟ้าหน้าใหม่มีจำนวนมากขึ้น เทคโนโลยีและนวัตกรรมก็ยังมีส่วนช่วยให้การเป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าสามารถทำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ราคาและการบำรุงรักษาที่ลดลง ระบบจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าสำรอง(Energy Storage) ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ(IT&AI) ที่ทำให้การเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องใช้คนในการดูแลมาดังในอดีต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดปรากฎาการณ์สำคัญ  เช่น การใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจาก กฟผ. ในช่วงเวลากลางวัน น้อยกว่าในช่วงเวลากลางคืน เนื่องจากในช่วงกลางวันมีไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาเสริมในระบบ แต่ในขณะเดียวกันโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่หลายแห่งต้องเดินเครื่องรอไว้เพื่อป้องกันการหายไปจากไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จากสาเหตุทางธรรมชาติ และสาเหตุอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นต้นทุนเช่นกันimage079

กฟผ. รับรู้ถึงเหตุการณ์เหล่านี้ และไม่ได้นิ่งเฉยต่อการเปลี่ยนแปลง โดยล่าสุด เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ผู้ว่าการ กฟผ. ได้ประกาศวิสัยทัศน์องค์กรใหม่นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” (INNOVATE POWER SOLUTIONS FOR A BETTER LIFE) เพื่อเปลี่ยนให้องค์กรพร้อมเผชิญกับความท้าทายในทุกๆมิติ ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาโรงไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมีต้นทุนที่แข่งขันได้ การเพิ่มขึดความสามารถของระบบส่ง การปรับองค์กรให้พร้อมแข่งขันภายใต้การเปลี่ยนแปลง พร้อมๆ ไปกับการคำนึงถึงกระแสด้านสิ่งแวดล้อมโลกและการสร้างความยอดรับต่อสังคมimage081

และล่าสุด กฟผ. ยังได้เตรียมเสนอแก้ไข พ.ร.บ. กฟผ. เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์และกฎหมายในปัจจุบัน และเพื่อให้มีความชัดเจนในอำนาจหน้าที่ยิ่งขึ้น โดยมีการแก้ไขในประเด็นสำคัญเช่นการแก้ไขเพิ่มในมาตรา 6 วัตุประสงค์ของ กฟผ. และมาตร 9 อำนาจกระทำกิจการ เพื่อแก้ไขข้อจำกัดในการดำเนินกิจการภายใต้วัตถุประสงค์ของ กฟผ. และเพื่อให้ กฟผ. สามารถดำเนินธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการของ กฟผ. ได้ เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับเชื้อเพลิง การสร้างรายได้จากทรัพย์สิน เป็นต้น  ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของ กฟผ. นี้ ท้ายที่สุดแล้ว ผลประโยชน์ต่างๆ ก็จะกลับคืนหาสู่ประชาชนทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกส่งกลับเข้ารัฐเพื่อพัฒนาประเทศ ตลอดจนนำมาลงทุนด้านพลังงาน เป็นการลดภาระหนี้สาธารณะ และลดภาระการอุดหนุนของรัฐอีกด้วย